บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota สุดยอด System Trader จากคุณ : modxyz http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2009/12/I8659330/I8659330.html
ขอแปะบทสัมภาษณ์ Ed Seykota เซียนหุ้นที่เล่นหุ้นเป็นระบบจนรวยมหาศาล และยังเป็นผู้บริหารกองทุนของเขาเองด้วยครับ น่าสนใจแค่ใหนนั้นลองคิดเอาเอง บทสัมภาษณ์นี้ผมนำมาจากนิตยสาร Stock and Commodities เมื่อปี 1992 โดยจากปี 1972 ที่เขาเริ่มบริหารกองทุนนั้นหากเรามีเงินอยู่ในกองทุนของเขา ในปี 1992 นี้คุณจะมีกำไรถึง 250,000% หรือ 2,500 เท่าทีเดียวครับ เรามาศึกษาแนวคิดของ Ed Seykota กันดีกว่าครับ
Q: คุณเริ่มรู้จักกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคได้อย่างไร ? และคุณเริ่มเล่นหุ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ ?
A: เท่าที่ผมจำได้ ผมเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 5ขวบ และผมเริ่มสนใจการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคตั้งแต่ยังเด็กเช่นกัน โดยเมื่อตอนนั้นผมอายุประมาณ 9 ขวบผมมีเครื่องเล่นวิทยุอยู่เต็มห้องไปหมด ผมมีเครื่องทดสอบวิทยุ และ เครื่องวัดปริมาณไฟฟ้าoscilloscopes อยู่หลายเครื่องเช่นกัน ซึ่งมันทำให้ผมชอบเล่นมันให้มันสร้างภาพคลื่นกราฟขึ้นมา หลังจากนั้นเมื่อผมอายุ 13 ปี พ่อของผมเริ่มสอนให้ผมรู้จักกับวิธีการเล่นหุ้น โดยบอกผมว่า ผมควรที่จะเริ่มเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาของมันวิ่งออกจากกล่องและทะลุแนวต้านขึ้นไป และให้ขายเมื่อมันหลุดแนวรับลงมา นั่นคือจุดเริ่มต้นการเล่นหุ้นของผมครับ
Q: นี่คือสิ่งที่นำพาคุณมาสู้การเล่นหุ้นไช่ใหม และมันทำให้คุณเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยรึปล่าว ?
A: จริงแล้วก็ไม่นะครับ เมื่อผมเรียนมหาวิทยาลัยผมเข้าศึกษาที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT) โดยที่ผมนั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่อง Servo Theory ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของระบบการควบคุมตนเอง อย่างเช่นระบบสารเคมีที่ทำหน้าที่ในการควบกลไกของร่างกาย โดยที่ศาสตราจารย์ Jay Forrester ได้แสดงให้ผมเห็นว่าเราสามารถนำ Servo Theory มาประยุกต์ใช้ในการสร้างแบบจำลอง Model ทางเศรษฐศาสตร์ได้เช่นกัน โดยที่เราต้องใช้การสังเกตุ และความคิดคำนวนอย่างลึกซึ่งเพื่อให้รู้ว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้อย่างไร
Q: ถ้าอย่างนั้นคุณเริ่มหันกลับมาสนใจในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคอีกครั้งได้อย่างไรครับ ?
A: หลังจากที่ผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว ผมได้มีโอกาสอ่านบทความของ Richard Donchian ซึ่งได้จุดประกายให้ผม โดยการที่เขาได้แสดงให้เห็นว่า การเล่นหุ้นโดยรู้จักกระจายความเสี่ยงควบคู่ไปกับการใช้ระบบ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 25 วัน(25 days moving average) นั้นทำให้ได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ นั่นจึงทำให้ผมตัดสินใจซื้อเวลาใช้เครื่องคอมกับร้านคอมพิวเตอร์ โดยผมใช้เวลาในช่วงหัวค่ำนำข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ Wallstreet Journal มาทดลองเลียนแบบระบบของ Richard Donchian อีกครั้งโดยที่ผมได้ลองเปลี่ยนค่าตัวแปรต่างๆและพบว่ามันได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน ซึ่งผมยังได้พบว่า การเล่นหุ้นอย่างเป็นระบบ โดยใช้ Longer-Term Trend นั้นให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ โดยที่การเล่นหุ้นระยะสั้นเกินไปจะทำให้ค่าคอมมิสชั่นกินผลตอบแทนไปมาก
Q: แล้วหลังจากนั้นล่ะ คุณทำอย่างไรต่อ ?
A: หลังจากนั้นในช่วงต้นปี 1970 ผมได้เข้าทำงานกับบริษัทซึ่งเป็นสาขาย่อยของโบรคเกอร์แห่งหนึ่ง ช่วงนั้นผมได้ใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ ใช้คอมพิวเตอร์ทดสอบแบบจำลองของผมอีกครั้ง โดยในคราวนี้ผมได้ลองทดสอบระบบถึง 4 ระบบโดยมีค่าตัวแปรต่างๆประมาณ 50 ตัวโดยทดสอบย้อนหลังไปเป็นเวลา สิบๆปีกับหุ้น 8 ตัว ซึ่งนั่นทำให้ผมใช้เวลาไปถึงปีครึ่งกว่าจะเสร็จ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าคอมพิวเตอร์นั้นเปลี่ยนแปลงไปไวมาก โดยขณะนี้ผมอาจใช้เวลาแค่เพียงสองวันเท่านั้น (ถ้าเป็นตอนนี้ผมว่าชมเดียวก็เกินพอแล้วครับ หุหุ)
Q: แล้วคุณทำอย่างไรกับผลการทดลองนั้นต่อ ?
A: ครับ โดยในที่สุดบริษัทแม่ของผมก็นำผลการทดลองของผมไปเป็นส่วนหนึ่งของการขายบริการ ปัญหาก็คือ เจ้านายของผมไม่สามาถควบคุมตนเองให้ทำตามระบบนั้นได้ และเจ้านายของเจ้านายผมก็สนใจที่จะทำเงินกับมันจากการ ขายบริการข้อมูลเพื่อค่าคอมมิสชั่นมากกว่าที่จะใช้มันเล่นหุ้น ซึ่งผมได้บอกกับเขาว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการนำมันไปเล่นหุ้นเพื่อลูกค้าของพวกเขา ไม่ไช่การกินค่าคอมมิสชั่น แต่ยังไม่จบแค่นั้น เจ้านายของผมกลับเดินเข้ามาแสดงความยินดี แล้วบอกผมว่าผมจะได้เงิน 10% จากค่าคอมที่ระบบของผมสามารถทำเงินให้จากการขายบริการให้พวกเขาได้ ซึ่งมันทำให้ผมเซ็งมาก และตัดสินใจออกจากที่นั่น
เมื่อผมอายุ 23 ปี ผมหันมาเล่นหุ้นด้วยเงินของตนเองด้วยเงินเพียงเล็กน้อยประมาณ 10,000-25,000 เหรียญ หลายปีต่อมาผมได้กลับไปเยี่ยมบริษัทแห่งเดิมของผม และมันเต็มไปด้วยมาร์เก็ตติ้งหลายคนที่ทำเงินค่าคอมมิสชั่นได้จากการนำระบบของผมมาปรับปรุงอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผมกลับมีเงินมากกว่าที่บริษัทผมมีเสียอีก ซึ่งนั่นมาจากการเล่นหุ้นของผมเอง ผมรู้สึกดีเป็นอย่างมากที่ผมได้ออกมาจากบริษัทที่หวังแต่จะกินค่าคอมมิสชั่นแห่งนั้น
Q: หลังจากนั้นล่ะ ?
A: ผมก็ยังทำการทดลองใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ ยังคงศึกษาตลาดอยู่เช่นเคย และยังคงเล่นหุ้นด้วยเงินของผมเอง
Q: อะไรคือความลับแห่งความสำเร็จของคุณ ? อะไรคือปัจจัยทางจิตวิทยาที่สำคัญสำหรับการเล่นหุ้น ?
A: ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ มันไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น หรือถ้ามันจริงผมก็คงยังไม่พบมันเช่นกัน ผมคิดว่าความคิดของการที่จะพยายามหาสูตรสำเร็จในการเล่นหุ้นนั้นเป็นความคิดที่ผิดทางไป มันเหมือนกับการเล่นกอล์ฟนั่นแหละ นักกอล์ฟบางคนเล่นเพื่อแค่ค่าเวลานอกบอก พวกเขาชวนเพื่อนๆไปเล่นกัน ไปสัมผัสธรรมชาติ ไปชมวิว ไปออกกำลังกาย และหวังว่าจะได้เบอร์ดี้ สักครั้งสองครั้ง และสำหรับอีกหลายๆคน มันคือการพยายามจะหาสูตรสำเร็จในการตีกอล์ฟไป ต่างคนก็ต่างเล่นไป
Q: ถ้าอย่างนี้ อะไรที่คุณคิดว่าจะทำให้นักเล่นหุ้นทั่วๆไปสามารถประสบความสำเร็จได้ ?
A: การเล่นหุ้นนั้นง่าย คุณแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและสั่งซื้อขายไป แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการเล่นหุ้นนั้นสิที่ยากกว่า มันเหมือนกับการจะเป็นนักกีฬา คุณต้องตั้งใจและทุ่มเทเพื่อเป้าหมายของคุณ เมื่อคุณทุ่มให้มันสิ่งต่างๆจะเข้ามาช่วยคุณเอง สิ่งต่างๆที่คุณเห็นและไม่สามารถเห็นได้จะช่วยผลักดันให้คุณไปถึงความฝัน
Q: นักเล่นหุ้นรายย่อยทั่วไปนั้น ควรที่จะทุ่มเทเวลาเพื่อการพัฒนาทักษะการเล่นหุ้นอย่างเป็นระบบ หรือ ใช้เวลาพัฒนาการเล่นหุ้นด้วยสัญชาติญาณของพวกเขา ?
A: ผมคิดว่าวิธีการเล่นหุ้นด้วยสัญชาติญาณ นั้นมีส่วนสำพันธ์กับการเล่นหุ้นอย่างเป็นระบบ นักเล่นหุ้นที่เล่นหุ้นด้วยสัญชาติญาณนั้นเล่นหุ้น ก็เล่นหุ้นด้วยกฎหรือระบบ และความคิดที่อยู่ภายในใจของเขา แต่ผมก็เห็นว่าการเล่นหุ้นด้วยระบบนั้นก็มีส่วนสัมพันธ์กับการเล่นหุ้นด้วยสัญชาติญาณด้วยเช่นกัน นักเล่นหุ้นด้วยระบบนั้น ต้องใช้สัญชาติญาณในการที่จะเลือกหนทางในการเดินไปข้างหน้า การลด-เพิ่มหน้าตัก หรือแม้กระทั่งการเลือกถือหรือขายหุ้นตัวใดออกไป
ที่ผมกำลังจะบอกก็คือ จริงๆแล้วมันไม่มีข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างนี้หรอก นักเล่นหุ้นที่มีเหตุผลคือคนที่เล่นหุ้นอย่างมีสติในการบริหารความเสี่ยง รู้จักใช้ Money Management พวกเขาจะสนใจระบบเศรษฐกิจทั้งมหาภาคและจุลภาคอยู่ในใจ พวกเขาคือคนที่รู้จักตัวของตัวเอง และรู้จักสร้างสภาพจิตใจที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวพวกเขา
Q: ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้วิธีการเล่นหุ้นด้วยระบบ คุณจะมีกฏการเล่นหุ้นของคุณเองใหม และมันจะเป็นอย่างไร ?
A: ผมมีกฎของผม และกฏเบื้องบนไว้ใช้ในใจของผมอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เล่นหุ้นแนวโน้มใหญ่ ตัดขาดทุนให้เร็ว ปล่อยให้หุ้นวิ่งทำกำไร และเสี่ยงเท่าที่คุณจะทนใหวแล้วรู้จักพอ !
Q: กฏเบื้องบน หมายความว่าอย่างไรครับ ?
A: สำหรับผม กฏเบื้องบน และกฏของผมมีส่วนช่วยในการเล่นหุ้นเป็นอย่างมาก กฏเบื้องบนนั้นก็คือ ความทุ่มเทและความใส่ใจจะทำให้ประสบความสำเร็จ มันยังมีกฏเบื้องบนที่ทำให้ความโลภและความเห็นแก่ตัวไม่อาจต้านทานได้ ผมจะรู้สึกว่าผมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกฏเบื้องบนเหล่านี้ได้เองเมื่อสิ่งต่างๆดำเนินไปอย่างเข้าที และเมื่อผมทำตามกฏเบื้องบนแล้ว กฏการเล่นหุ้นของผมมันกลายเป็นสิ่งที่แทบไม่มีความหมายเลย
Q: คุณคิดว่าราคาหุ้นวิ่งไปอย่างไม่อาจคาดเดาได้หรือไม่ ? มีอะไรเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของแนวโน้มต่างๆหรือไม่ ? อะไรทำให้ราคาเคลื่อนใหวออกไป ?
A: ผมคิดว่า เมื่อเราอุทานว่า AHAAA! นั่นแหละคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงของราคา ยกตัวอย่างเช่น คุณลองสังเกตุอักษรพวกนี้ หหสสหหปป อะไรคือตัวต่อไป ? (คุณผู้อ่านคงจะงง ไช่ใหมครับ ผมก็งงเช่นกันตอนอ่านครั้งแรก กว่าจะรู้ก็ อ๋อออ แล้วแต่ถ้าทีนี้ลองคิดว่ามันเป็นอักษรแรกของตัวเลขสิครับ หนึ่ง ,สอง, ห้า เริ่มอ๋อออ แล้วไช่ใหมครับ ) และเมื่อคุณเริ่ม Ahaaa หรือร้อง อ๋อ แล้วสิ่งต่างๆ ที่เป็นปริศนา และความงุนงงจะเริ่มหายไป
เมื่อเรารู้สึกว่า Ahaa หรือ อ๋ออ นี่แหละที่ผลักดันให้ราคาเปลี่ยนแปลงไป เมื่อคุณอ่านหนังสือพิมพ์ระหว่างที่หุ้นเริ่มกลายเป็นขาขึ้น จะยังไม่มีใครเข้าใจว่าทำไม มันจะมีความสับสันเต็มไปหมด หลังจากนั้นเมื่อหุ้นเริ่มเคลื่อนที่ไป บางคนจะเริ่มเข้าใจถึงเหตุผล เมื่อถึงจุดจบ ทุกคนจะร้องอ๋อเข้าใจเหตุผลแล้ว และนั่นทำให้ความสงสัยต่างๆหายไปเป็นผลทำให้มาถึงจุดจบของหุ้นขาขึ้นนั่นเอง
Q: Ahaa เหรอ ผมจะลองเอากลับไปคิดดูครับ ทีนี้คุณลองบอกได้ใหมว่าคำกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างไร ?
A: ผมจะกำหนดมันก่อนซื้อหุ้น ผมจะตั้งไว้ในจุดที่กราฟเสียรูปไป
Q: หนังสือหุ้นเล่มใหนคือหนังสือหุ้นที่คุณชอบ และคิดว่านักเล่นหุ้นทุกคนควรอ่านมัน ?
A: จากประสบการณ์การเล่นหุ้นที่ผ่านมาหลายปี ผมได้สั่งสมความรู้ มุมมอง ทักษะ และแรงบันดาลใจต่างๆจากหนังสือหลายๆเล่ม สำหรับหนังสือหุ้นไม่กี่เล่มที่ผมชอบเป็นพิเศษนั่นก็คือ Extraordinary Popular Delusions ของ Charles McKay, หนังสือหุ้น Reminiscences of Stock Operator โดย Edwin LeFever และหนังสือหุ้น The Crowd ของ Gustare Le Bon ครับ
จบแล้วครับ!
แถมให้อีกๆ
เล่นหุ้นแบบ Richard Donchian บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower
Richard D. Donchian คือใคร ?
Richard D. Donchian เป็นนักเล่นหุ้นที่ได้รับการยอมรับอย่างมากของ Wall Street เขาเริ่มต้นชีวิตในวงการตลาดหุ้นเมื่อปี 1930 และเริ่มมาประสบความสำเร็จอย่างจริงจังในการเป็นนักเล่นหุ้นเมื่อปี 1974 ครับนั่นหมายถึงความเพียรพยายามศึกษาอย่างยาวนานจริงๆ และสิ่งที่ Donchian ได้ค้นพบนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างต่อวงการ การเก็งกำไร และ วงการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคอย่างมากมาย
Donchian คือคนที่ทำให้วงการตลาดหุ้นสั่นสะเทือนเพราะเขาคือ “บิดา” หรือผู้ที่ทำให้ เทคนิคการเล่นหุ้นแบบ Trend Following (การเล่นหุ้นตามแนวโน้ม) ได้ก่อกำเนิดขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และสำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจว่า Trend Following คืออะไร อธิบายง่ายๆก็คือ การเล่นหุ้นภายใต้สมมุติฐานที่ว่าราคาของหุ้นจะเคลื่อนที่ไปตามแนวโน้มหลักของมันจนกว่าแนวโน้มหลักของมันได้เปลี่ยนแปลงไป นั่นเองครับ ซึ่งก็เป็นหลักการพื้นฐานของการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่พวกเราต้องจำให้ขึ้นใจนั่นเองครับ และ Donchian นี่เองแหละครับที่เป็นคนริเริ่มพัฒนาเทคนิคการเล่นหุ้นที่เป็นที่นิยมอย่างมากของพวกเราในปัจจุบัน นั่นก็คือ การเล่นหุ้นด้วยระบบ การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือ Moving Average นั่นเองครับ (หรือใครจะเถียง ? หุหุ) และสุดท้ายนี้เองถ้าใครได้อ่านบทความเกี่ยวกับ กลุ่มเซียนเต่า The Turtle Trader แล้วผมก็จะขอบอกอีกว่านี่ก็คือ หนึ่งในอิทธิพลของ ปรมจารย์การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิครายนี้ครับ...... Richard D. Donchian.
และนี่ก็คือเพชรจากกรุสมบัติชิ้นแรกของปรมจารย์คนนี้ซึ่งผมก็ไปขุดกันมาให้ได้อ่านกันครับ ซึ่ง Donchian เขียนขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 1934 และเมื่อเขาได้กลับมาปรับปรุงใหม่อีกครั้ง เขาได้ให้ข้อสังเกตุว่า หลักการข้อที่ 1,2,3,4 และ 5 นั้นเป็นข้อที่สำคัญที่สุดครับ
แนวทางการเล่นหุ้นของ Donchian
1. จงระวังการตัดสินใจของคุณ จากข้อมูลข่าวสารที่เป็นที่กล่าวขานและเข้าถึงกันได้ทั่วไปจากมวลชน เพราะถึงแม้มันจะถูกต้อง มันจะทำให้การเคลื่อนตัวของราคาไปได้ไม่ไกล และช้าลง
2. ในช่วงเวลาที่ตลาดเงียบเหงานั้น จงคอยเตรียมพร้อมที่จะเกาะไปกับแนวโน้มที่มาพร้อมกับโวลุ่ม หรือปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3. จำกัดการขาดทุน และ ปล่อยให้หุ้นวิ่งไปเพื่อทำกำไรก้อนโต ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งอื่นนอกจากนี้
4. เมื่อตลาดกำลังผันผวน อย่าเชื่อมั่นและทุ่มเทในสิ่งใดเกินไป แนวโน้มที่ชัดเจนนั้น จะเกิดขึ้นบ่อยพอที่จะทำให้ชีวิตเราได้ตื่นเต้น และจงทุ่มเทลงไปเมื่อมันได้เกิดขึ้น การกระทำอย่างนี้จะทำให้เรา สามารถลดการขาดทุนจาก Whipsaw หรือ Error ของตลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างมากมาย
5. ระวังในการเข้าซื้อขาย อย่าด่วนเข้าซื้อเมื่อแนวโน้มได้เกิดขึ้นมาเกิน 3 วันจงรอ การกลับตัวลงมา
6. การใช้ Stop loss หรือการคุมต้นทุนอย่างรอบคอบเป็นสิ่งที่มีผลต่อการเล่นหุ้นให้ได้กำไร และจุด Stop loss นั้นสามารถนำมาใช้เพื่อการปกป้องกำไรของคุณได้เช่นกัน
ต้องรู้จักการจำกัดการขาดทุนและเข้าซื้อ-ขายจากรูปแบบpattern ที่มีความน่าเชื่อถือและแม่นยำต่างๆของราคาหุ้น เช่น รูปแบบ สามเหลี่ยม
Stop หรือจุดตัดขาดทุนจะมีค่า และเชื่อถือได้มากขึ้นหากใช้ร่วมกับ รูปแบบการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ
7. ในเวลาที่การเคลื่อนใหวของตลาดหุ้นนั้น เคลื่อนขึ้น หรือลง ในระยะพอพอๆกัน เราควรทุ่มเงินลงในตลาดขาขึ้นเนื่องด้วยเหตุผลทาง สัดส่วน Percent ของกำไร เช่น หุ้นลงจาก 50 ลงมาถึง 25 จะเท่ากับ 50% แต่หากหุ้นขึ้นจาก 25 ไป 50 จะเท่ากับ 100%
8. ในการเข้าซื้อ การตั้งราคารอ นั้นยอมรับได้ แต่เมื่อถึงเวลาขาย ต้องขายทันที ( โยนทิ้งไปเลยครับ )
9. ซื้อหุ้นที่แข็งแกร่ง ทั้ง ราคา, แนวโน้มของหุ้น และปัจจัยพื้นฐาน และ ต้องขายหุ้นเน่าๆอ่อนแอ ทิ้งไปซะ
10. การเคลื่อนของตลาดที่มีกลุ่ม Rails (ขนส่งทางรถไฟ) เป็นตัวดันนั้นน่าสนใจมากกว่าการเคลื่อนที่ที่กลุ่ม Rails นั้นไม่ดันขึ้นไปด้วย ( ประยุกต์หน่อยก็คือ ตลาดที่เคลื่อนไปด้วยแรงดันของหุ้น Big Cap ทั้งหลายจะน่าสนใจกว่า ดันตัวเล็กๆปั่นขึ้นมาเล่น นั่นเองครับ)
11. การศึกษาปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว และความแข็งแกร่งของบริษัทนั้นๆเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (พื้นฐานและกราฟ ควรไปด้วยกันนั่นเอง สังเกตุได้จากอดีตพวกตัวนำตลาดต่างๆไงครับ)
นี่เป็นกรุสมบัติชิ้นแรกของ Richard Donchian ที่เขียนขึ้นตั้งแต่ ปี 1930 ก็จบแล้วนะครับถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกว่ามัน Basic เหลือเกินก็ขอให้นึกไว้นะครับว่านี่คือ กฏหรือ หลักการที่อยู่มานานจะ 100 ปีอยุ่รำไร ผ่านการทดลองมาแล้วหลายรุ่นถ้าไม่ดีจริงคงไม่หลุดมาถึงตรงนี้อย่างสมบูณณ์ เพียงแต่ว่าเราจะนำมาใช้ได้ดีแค่ใหนเท่านั้นเองนะผมว่า
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีกำไรอย่างสม่ำเสมอกันเรื่อยๆ ครับ
นานแล้ว ตำราเทรดไม่เคยได้อ่านจริงๆจัง ๆ เพียงเปิดผ่านๆ เท่านั้น วันนี้มาดู คุณ : modxyz โพส อ่านดู คนนี้เขียนดี สำหรับคนที่ยังขาด,หรือแสวงหาแนววิเคราะห์ (คนที่ยังเทรดแบบไม่มั่นใจตัว อ่านหลายๆ น่าจะทำได้แนวดีๆ ไปหลายๆอย่าง )
-แต่มีประโยคที่ว่า " ควรที่จะเริ่มเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาของมันวิ่งออกจากกล่องและทะลุแนวต้านขึ้นไป และให้ขายเมื่อมันหลุดแนวรับลงมา " แนวคิดนี้ นำไปทดลองใช้ อย่างพึงมั่นใจนัก ( ถ้าเทรด future โดยใช้แนวคิดนี้ ระวังนิดหนึ่ง อาจจะเจ็บเกินที่จะยอมรับได้)