วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ฟลุ๊คมาเจอกัน... Interactive Broker + Amibroker


     นั่งค้นข้อมูลเกี่ยวกับ คำสั่งของ Amibroker บังเอิญไปเจอ http://www.amibroker.com/guide/h_ib.html   แล้วก็ข้อความนี้ทำให้รู้สึกแบบ ...ดีใจมากเลย เพราะกำลังห่วงว่า ความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จาก Amibroker จะถึงทางตัน เพราะตอนนี้หัดเทรดไรอีกหลายอย่าง มันต้องใช้ทั้ง MT4 ทั้งไรอีกหลายตัว ให้ไปเรียนใหม่กลัวมึน นี่ก็เล่น MT4 มาจะได้เดือนแหละ เดี๋ยวจะได้แต่เรียน แล้วก็ใช้ไม่เป็น กลายเป็นเป็ด แต่พเห็นลิงค์นี้แล้วแบบ ....ฟิน เลย 


IB PLUGIN FEATURES SUMMARY:

  • Supports upto 100 streaming symbols in real time (equal to IB TWS limit)
  • Supports all base time intervals: daily, hourly, 15-,5-,1-minute, 15-,5-second, tick
  • Automatic connection (no need to manually "accept incoming connection" in TWS)
  • Supports upto 30 DAYS intraday data BACKFILL in 1-minute bar interval
  • Upto 2000 bars backfill using 1-sec/5-sec/15-second bar intervals

ตอนนี้ลุ้นอย่างเดียว ขอให้มันเขียน ส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย เข้าระบบได้ทีเห้อะะะะะะ สาธุ
https://www.interactivebrokers.com.hk/download/newMark/PDFs/APIprintable.pdf   เจอแหละ....บะเจ้า เอาไงละทีนี้ 

+++ MACD 12,26,9 ที่ใช้ๆ กันอยู่...เอามาจากไหน แล้วมีใครรู้ไหมว่ามันเหมาะกับใคร ไรยังไง...ลองทดสอบกันหน่อย


     ข้อมูลทั้งหมดต่อไปนี้เป็นเพียงแต่การทดลอง การทดสอบ การหาความรู้ ลองผิดลองถูก และหาข้อมูล ไม่ได้ยืนยัน นอนยันว่าต้องตามนี้หรือต่างจากนี้ผิด อ่าน ศึกษา ใช้เหตุ ผล เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ไปตัดสินใจเองนะ เพราะทุกอย่างไม่ได้มีองค์ประกอบเดียว หากแต่มีหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งภายใน ภายนอก 

วันนี้ (ต่อจากกาทดลอง FOREX เมื่อวาน) เลยอยาก ลองดู ปู่ SET ตัวเดียวเลย กับ MACD ใน TF=Daily ครับ สรุปตั้งแต่ต้นปี  เดะเอาค่า เดิม MACD 12,26,9 ทำ Back Test ไว้หน่อย 





ตั้งสูตร...สำหรับ Optimize 


mfast = Optimize( "MACD Fast", 12, 8, 16, 1 ); 
mslow = Optimize("MACD Slow", 26, 17, 30, 1 ); 
sigavg = Optimize( "Signal average", 9, 2, 20, 1 );


Buy = Cross( MACD( mfast, mslow ) , Signal( mfast, mslow, sigavg ) ); 
Sell = Cross( Signal( mfast, mslow, sigavg ), MACD( mfast, mslow ) );

กำหนดช่วงเวลา ตั้งแต่ต้นปี เลือก TF Daily ได้ Output ของการ Optimize ตามภาพ มาถึงตอนนี้ ข้อมูลออกมาคือ ถ้าเราใช้ 8,17,8 กะปู่ ... ศักยภาพปู่ จะได้ 17.6% .... ไม่ได้หมายถึงหุ้นนะ คือวิเคราะห์ปู่เล่น ๆ ก่อน เดะค่อยว่ากัน

ลองเอาค่า 8,17,8 ไปใส่ efin .... ผลการทดลองกะ ok



แล้วก็ลองเอาค่า ที่ได้ไปลองทำ back test ดู output หน่อยว่าตรงกันไหม ...ตรง


กราฟ equity ถ้าเล่น MACD ตามนี้

ลองปรับเป็น TF = 30 Output ดีขึ้นจากเดิมเป็น 32.15% แต่ต้องปรับค่า MACD เป็น 12,18,5

     แนวทางการนำไปใช้งาน เราเราไม่อยากปรับไปปรับมา อย่างน้อยก็น่าจะเลือก tf ที่เหมาะกะเรา แล้วหาค่าที่เหมาะ พอได้ค่าจาก set ถ้าไม่อยากไรต่อมาก็เลือกหุ้นที่มี beta ใกล้เคียงกะ set มาไว้ใน port ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะ
อยากรู้เรื่อง beta ของหุ้น  http://luihoon.blogspot.com/2013/09/beta.html

+++ บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

Share from :  The Youngblood Way ( Stock Investor )

ตัวเลือกสำหรับเรื่องราวนี้
บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

1) "ความรู้ทางการเงิน" สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า "ความรู้ทางการงาน" เพราะในชีวิตของคนเราทุกคนนั้น จะมีช่วงที่จะสามารถหา "รายได้จากการทำงาน" (you at work) จำกัด และจะต้องมีชีวิตหลังเกษียณค่อนข้างยาวนาน จึงต้องรู้วิธีที่จะ "ใช้เงินให้ทำงาน" (money at work)

2) การออมเป็น "เกมแห่งระยะเวลา" (game of time) ใครเริ่มต้นก่อน ก็รวยก่อน เพราะยิ่งทิ้งไว้นาน ยิ่งได้เป็นกอบเป็นกำ ถือเป็น "เงื่อนไขจำเป็น" ของทุกคนที่มีเป้าหมายต้องการบรรลุสู่อิสรภาพทางการเงิน

3) การลงทุนเป็น "เกมแห่งจังหวะเวลา" (game of timing) ต้องรู้จังหวะในการเข้าออกจากตลาดที่เหมาะสม ซื้อเมื่อต่ำ ขายเมื่อสูง หยุดเมื่อสงสัย เพราะถ้าหากเข้าผิดจังหวะ ยิ่งทิ้งไว้นาน จะยิ่งเสียหายมาก และทำให้โอกาสที่จะได้ทุนคืนยากขึ้นเรื่อยๆ (losses are harder to regain)

4) การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนไม่ใช่การตัดสินใจซื้อสินค้าสำเร็จรูป (product) แบบที่ตัดสินใจตอนซื้อครั้งเดียวจบ ถ้าไม่ได้ผล หรือใช้แล้วไม่พอใจ ก็ทิ้งมันไว้เฉยๆ จริงๆ แล้วการลงทุนเป็นกระบวนการ (process) ที่ต้องมีการเอาใจใส่ ติดตามผล และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลอดเวลา

5) หนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว จุดสำคัญในการบริหารการลงทุนนั้นไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ วิธีการ หรือสไตล์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเพียง "เกมภายนอก" (outer game) แต่เป็นเรื่องของทัศนคติ วิธีคิด พลังใจ ซึ่งเป็น "เกมภายใน" (inner game)

6) ลำพังแค่การ "เอาชนะดัชนี" (beat the index) ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่มีใคร "เอาชนะตลาด" (beat the market) ได้ เคล็ด (ไม่) ลับในการจะยืนหยัดอยู่ในเกมการลงทุนอย่างตลอดรอดฝั่งในฐานะ "ผู้ชนะ" นั้น อยู่ที่การยืนอยู่ข้างเดียวกับตลาดไม่ใช่ฝืนตลาด

7) ความสำเร็จในการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน จริงๆ แล้วมันอาจเปรียบได้กับการวิ่งแข่งระยะไกล (marathon) ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร (sprint) ดังนั้น คุณจะต้อง "รู้จักตัวเอง" (know yourself) ว่าอะไรคือสไตล์การลงทุนที่เหมาะสมที่เข้ากันได้กับความสามารถในการรับความเสี่ยง (risk attitude) และทักษะในการลงทุน (risk aptitude) เพราะนั่นคือ "ระบบ" ที่คุณต้องใช้ในเพื่อ "ทำธุรกิจ" นี้ในระยะยาว

ในการใช้เงินต่อเงินนั้น คุณต้อง "รู้จักเครื่องมือ" (know the vehicle) ว่ามีลักษณะและรูปแบบการให้ผลตอบแทนอย่างไร มีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดอะไรบ้าง

9) นอกจากนี้ คุณต้อง "รู้จักตลาด" (know the market) คือ รู้ว่าตลาดการเงินมีธรรมชาติเป็นอย่างไร อะไรคือสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมขึ้นลงของตลาด และรู้วิธีการในการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนว่าต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร

10) อย่าติดอยู่ในกับดักของ "การบริโภคข้อมูลเกินขนาด" (information overload) ซึ่งมัวแต่สนใจหาข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ จนไม่กล้าลงมือปฏิบัติ (analysis paralysis) เพราะมีความเชื่ออย่างผิดๆ แบบพวกมองโลกสมบูรณ์แบบ (perfectionist) ว่าถ้ามีข้อมูลที่สมบูรณ์จะไม่เกิดความผิดพลาด (zero-defect mentality) จริงๆ แล้ว หัวใจสำคัญของการบริหารการลงทุนนั้นอยู่ที่การ "จำกัดความเสี่ยง" (risk limitation) ไม่ใช่ "กำจัดความเสี่ยง" (risk elimination) ถ้าถามว่ากฎที่สำคัญที่สุดที่สรุปได้จากการปฏิบัติ (rule of thumb) ของผู้เขียนหนังสือชุด "อยากรวย ต้องรู้" คืออะไร ก็อยากตอบว่า rule of "ทำ" นั่นคือ "รู้แล้วต้องลงมือทำ" เพราะในภาษาอังกฤษ คำว่า "โชคลาภ" (luck) เป็นตัวย่อของ Laboring Under Correct Knowledge แปลว่า "ลงมือทำ ด้วยความพากเพียร โดยอาศัยความรู้ที่ถูกต้อง" นั่นเอง

Credit : http://www.investorchart.com
ที่มา: ผู้แต่ง คุณนำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์ จากหนังสือชุดอยากรวยต้องรู้ เล่ม 3 สำนักพิมพ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

+++ เมื่อวาน 28-Sep-2013 เกือบทั้งวัน ทำ Back Test + Optimize FOREX กับ Amibroker


     หลังจากเครียงานด่วนๆ ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาประสบการณ์ ความรู้ต่างๆ มายำสรุปเป็นรอบๆ ไป รอบนี้เลยอยู่ในช่วงของการ Optimize, Back Test ของ FOREX หน่อยเพราะตั้งแต่เข้าไปฝึก ไปลอง ก็ลองนั่น นี่โน่น ตามประสา แต่ยังไงซ่ะก็คงต้องหา Model มาดูหน่อยว่าความเป็นไปได้ มันจะมีมากน้อยแค่ไหน เริ่มตั้งแต่เช้า ก็เริ่มทวนความรู้เรื่อง Optimize กันหน่อย หาตั้งนาน จำไม่ได้ เลยเริ่มจาก 

Optimize พวก MACD แล้วต่อด้วย CCI และก็มา EMA, MA,WMA ลองดูพวกนี้แหละน่าจะพอเห็นภาพ แต่โจทย์ตอนนี้ที่ได้มาจาก MT4 คือเวลาทำ Optimize, Back Test จะแยกทดสอบกับคู่เงินทีละคู่เงินเลย และเลือกช่วงเวลา และ Time Frame Time ต่างๆ  ออกจากกัน เดิม เวลา Optimize เลือกกับ TF หนึ่งแล้วดันไป Back Test กับทุก TF   นี่คือสูตร ที่จะใช้ทดสอบวันนี้



     อันนี้คือการ Optimize เพื่อหาค่า EMA 2 เส้นที่ดีทีสุ่ด โปรแกรมจะทดสอบตั้งแต่ EMA 2 วัน ไล่ไปทีละ 1 จนถึง 200 แล้วหาค่าที่ดีที่สุดสำหรับค่าเงินนั้น ๆ ออกมา


     ส่วนอันนี้ ลองเฉย ๆ MACD โดยให้โปรแกรม Optimize หา 3 ค่าเลย ทั้ง Fast, Slow, Signal เพื่อหาค่าที่เหมะสม

ส่วนอันนี้เกิดจากความสงสัยที่ว่าทำม คนเล่น FOREX เขาชอบใช้กันจัง ...ต้องลองดูหน่อย


     วันนี้เป็นอีกวันที่ได้เจาะลึกเข้าไปในความสามารถของ โปรแกรม Amibroker อีกครั้ง เริ่มต้นกับการ Optimize หาแต่ละค่าแล้วจดบันทึก ทำตารางลง Excel เพื่อเก็บค่าตัวแปร และเก็บ % Profit และอื่น ๆ อันนี้ตัวอย่างของ Out put แต่ะล Model แต่ะล TF 






     จากนั้นก็เอาแต่ละค่าที่เลือก แล้วมาทำ Back Test อันนี้ก็ตัวอย่างตาราง Output ที่ออกมา


และตอนนี้ก็ได้พบกับหน้า REPORT ของการทำ Back Test อีกหน้าจอ มีการบอกข้อมูล อีกหลายส่วนทั้ง % Profit, % Draw down ต่าง ๆ 


และมีหน้าจอ Report Graphics ให้ดูด้วย


     และปิดท้ายสุดกับ 3D Report สวย ๆของ Amibroker (แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยได้ใช้ไรมาก) เพราะค่าต่าง ๆ จริง ๆ มันออกมาตั้งแต่ตอนทำตารางแหละ แต่ก็ต้องชมว่าเขาทำ idea ได้ดี ทีเดียว

     อันนี้คือ Report ที่ผม Note ไว้ว่าแต่ละคู่เงินแต่ละ Time Frame มีค่าตัวแปรไหนที่เหมาะ และทำ % Profit ต่างๆ ได้เท่าไหร่  จากที่ได้ทดลอง...กลายเป็นว่า MA หรือ Moving Average คือตัวที่ทำกำไรได้มากสุดที่ TF= 60 นาที และรองลงมาก็คือ CCI และ EMA และท้ายสุด MACD ขี้เหล่สุดเลย 5555 นี่แหละ Back to the Basic 


     แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแค่การทดลองกับข้อมูลเก่า เป็นเพียงข้อมูลเชิงสถิติ ไม่ได้รับประกันว่าต้องตามนี้ แต่มันก็ทำให้เราพอเข้าใจว่า ถ้าจะเลือกสร้าง Model เราน่าจะเลือกและทำไรยังไง อีกอย่างตอนนี้ที่ได้คือ เราสามารถที่จะ พลิกแพลง การ Optimize, Back test ต่าง ๆ ได้ไว และคล่องมากขึ้น....ต้องต้องว่ากันต่อกับตอนไปลองของจริงแหละทีนี้

ปล.... แต่เมื่อวานก่อนเข้านอน ดันไปปรับ และ Optimize + Back test กับ Model หนึ่งที่ได้ Output น่าสนใจกว่าตัวนี้มาก ไว้จะมาแชร์ต่อ

+++ 5 ขั้นในการเป็นนักเทรด

5 ขั้นในการเป็นนักเทรด


ขั้นเเรก – ไร้สติเเละไร้คุณสมบัติ
     นี้เป็นขั้นเเรกของนักเทรดทุกคนเมื่อคิดที่จะเริ่มเทรด ท่านรู้ว่าการเทรดเป็นการหาเงินที่ดีเพราะท่านได้ยินใครๆก็พูดถึงเรื่องของนักเทรดที่เป็น millionaire เหมือนกับคุณเริ่มคิดที่จะขับรถทุก อย่างดูเหมือนง่ายมันไม่น่าจะยากอะไรขนาดนั้น เหมือนกับการเทรดราคามีเเค่ขึ้นกับลง มันจะมีความลับอะไรกันมากมาย ท่านเลยคิดว่าเทรดเลยดีกว่าไม่น่าจะยาก เเต่เช่นเดียวกับการขับรถเมื่อท่านจับพวงมาลัยครั้งเเรก ท่านถึงได้รู้ว่าท่านไม่รู้อะไรเลย ท่านเปิดออเดอร์มากมาย เเละรับความเสี่ยงสูง พอท่านเปิดซื้อกราฟก็ตกพอท่านสั่งขายกราฟก็ขึ้นเป็นอยู่อย่างนี้ บางทีท่านอาจจะประสบความสำเร็จ นั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะในสมองของท่านจะคิดว่าการเทรดเป็นเรื่องง่าย เเล้วท่านก็จะเพิ่มความเสี่ยงขึ้น เเละลงเงินมากขึ้นไปอีก ท่านพยายามที่จะเปลี่ยนการจากออเดร์ที่เสียด้วยการดับเบิ้ลเงินลงไปทุกครั้งในการเทรด บางครั้งท่านก็รอดมาได้เเต่ไม่บ่อยครั้งที่จะผ่านมาเเบบไม่เสีย ท่านยังไม่คิดว่าท่านไม่มีความสามารถในการเทรด ขั้นตอนนี้กินเวลาอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ ก่อนที่ท่านจะย้ายไปอีกขั้นนึง

ขั้นสอง – มีสติเเต่ขาดคุณสมบัติ 
     ขั้นตอนสองคือท่านทราบการเทรดนั้นต้องมีการวางเเผน เเละลงมือลงเเรง จิตใต้สำนึกท่านทราบว่าท่านเป็นนักเทรดที่ขาดคุณสมบัติท่านไม่มีทักษะหรือความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการทำกำไรในตลาดเงิน ท่านเริ่มที่จะหาซื้อระบบการเทรดและ e-book ท่านหาหนังสืออ่านตามเว็บไซต์ทุกที่จากสหรัฐอเมริกาถึงยูเครน ช่วงนี้ท่านเริ่มต้นค้นหาอินดี้หรือระบบศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้ท่านจะย้ายจากระบบไประบบนึง อินดี้นึงไปอินดี้นึง ท่านจะเปลี่ยนจากวิธีนี้วันวิธีนู้นอีกวัน และสัปดาห์โดยสัปดาห์ไม่ใช่มันนานพอที่จะดูว่ามันใช่ได้หรือไม่ เวลาที่ท่านเจออินดี้ตัวใหม่ คุณจะมีความตื้นเต้น เเละคิดว่าอินดี้นี้ ละสุดยอดเเล้ว ท่านจะทดสอบระบบ อัตโนมัติใน Metatrader ท่านจะเล่นกับmoving average, Fibonacci, support และ resistant, Pivots, Fractals, DMI, ADX และอื่นๆ อีกร้อยเเปดในความหวังว่ามันจะเป็นระบบมหัศจรรย์ของท่าน ท่านจะเป็นคนเลือกบนเเละล่างพยายามหาจุดกลับตัวของกราฟและท่านจะพบตัวว่าเองไล่กวดเทรดที่เสีย และยังเพิ่มเงินลงไปเพราะคุณมั่นใจว่าท่านถูก ท่านจะไปอยู่ในเเชทลูมและเห็นว่าคนอื่นๆทำกำไรเเต่ทำไมไม่ใช่ท่านท่านมีปัญหาที่ต้องการคำตอบล้านเเปด บางคำถามเมื่อตัวท่านเองย้อนกลับไปดูตัวท่านเองยังรู้สึกว่าเป็นคำถามที่งี่เง่า แล้วท่านจะถึงจุดที่ท่านคิดว่าคนที่ออกมาบอกว่าได้กำไรทั้งหมดโกหก พวกเขาไม่น่าจะทำไรได้เพราะท่านก็ได้ศึกษาการเทรดมาเเต่ได้เเต่ขาดทุน ท่านก็รู้เท่าเท่ากับที่พวกเขารู้พวกเขาต้องโกหกเเน่เเน่. เเต่ พวกเขาอยู่ในตลาดเทรดทุกวัน และบัญชีของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ของท่านลดลงเรื่อยๆ ท่านจะกลับไปเป็นเเบบวัยรุ่นอีกครั้งนึง – นักเทรดที่มีประสบการเเละสำเร็จให้คำอธิบายบอกเหตูผลบอกวิธีเเบบฟรีๆเเต่ท่านก็ยังดื้อรั้นคิดว่าตัวเองถูกเเละท่านรู้ดีที่สุด ท่านก็ยังดั้นด้นเทรนทั้งที่ทุกคนรอบรอบข้างบอกว่าคุณบ้าไปเเล้วเเต่ท่านคิดว่าท่านรู้ดีกว่า เมื่อท่านจะคิดได้เเล้วจะพยายามเทรดตามคนอื่นเเต่ก็ไม่สำเร็จ.ท่านพยายามจ่ายค่าสัญญาณจากคนอื่น.ท่านก็จะจ่ายเงินให้กูรูคอยบอกเเละสอนไม่ว่ากูรูจะดีหรือไม่ดียังไงท่านก็ยังไม่สำเร็จเพราะท่านยังคิดว่าท่านรู้ดีที่สุด

     ขั้นนี้อาจจะนานตราบเท่านาน – ในความเป็นจริงเเห่งโลกของความเป็นจริง เเละหลังจากที่พูดคุยกับนักเทรดคนอื่นๆ เเละจากประสบการขั้นนี้อาจจะนานเป็นปีถึงสามปี นี้เป็นขั้นที่นักเทรดถอนตัวถอดใจในการเทรด ประมาณ 60% ของนักเทรดใหม่ถอดใจใน 3 เดือนเเรก – พวกเขาถอดใจเป็นสิ่งที่ดี – ลองคิดดู – ถ้าการเทรดเป้นเรื่องง่ายทุกคนก็รวยกันหมดเเล้วอีก 20% ให้เวลาอีกหนึ่งปีแล้วความหมดหวังในการเสี่ยงจะทำให้บัญชีพวกเขาหมดไปอย่างเเน่นอน

     สิ่งที่ท่านอาจจะแปลกใจก็คือที่เหลืออีก 20% พวกเขาผ่านได้ประมาณ 3 ปี และเขาก็จะคิดว่าพวกเขาจะปลอดภัยแต่แม้จะผ่าน 3 ปีเเต่เเค่อีกเพียง 5-10% จะทำกำไรได้สมำเสมอ ตัวเลขอันนี้ไม่ได้เกิดมาได้จากอากาศไม่ได้โมเมขึ้นมา หลังจากที่คุณผ่านสามปีได้อย่าพึ่งวางใจ.มีคนเคยเถียงเรื่องเวลาหลายคนทุกทุกคนไม่เคยรอดเกินสามปี.ถ้าท่านคิดว่าท่านรู้ดีลองถามตามบอดร์ดูว่าใครเทรดมาห้าปีเเล้วสามารถที่จะเทรดเต็มความสามารถ 100% บางทีอาจจะมีบางคนเป็นข้อยกเว้น เเต่ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเองสักคน ท่านจะค่อยๆ ออกมาจากขั้นนี้ ท่านลงทุนลงเเรงกับมันไปมากกว่าที่ท่านคาดคิด ท่านหมดเงินไปจากบัญชีเป็นสิบครั้งเ เละคิดจะเลิกตั้งหลายครั้งเเต่ท่านไม่เลิกเ พราะมันอยู่ในสายเลือดไปเเล้ว วันนึงในเสี้ยววินาทีท่านก็จะเข้าขั้นที่สาม

ขั้นที่สาม – Eureka
     ช่วงสุดท้านของขั้นที่สองท่านเริ่มคิดได้ว่ามันไม่ใช่ที่ระบบที่ทำให้เกิดความเเตกต่าง ท่านเริ่มที่จะคิดได้ว่าท่านสามารถทำเงินได้กับเเค่ simple moving average เเละไม่มีอย่างอื่น หากเเต่ว่าความคิดของท่านเ เละการจัดการเงินของท่านเป็นไปอย่างถูกต้อง ท่านเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาในการเทรด เเละเข้าใจในตัวคาเเรกเตร์ในหนังสือทำให้เกิดความกระจ่าง การกระจ่างนี้เกิดจากสมองของท่านประติดประต่อได้ว่าไม่ว่าใคร ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตลาดจะเป็นอย่างไรได้อย่างเเม่นยำในเวลาข้างหน้า ไม่ว่าจะสิบวินาทีหรืออีกยี่สิบนาที ท่านจะเลิกสนใจความคิดของคนอื่น ท่านเริ่มที่จะสร้างระบบของท่านเองเพียงระบบเดียว เเละมีความสุขกับระบบของท่าน เเละท่านเป็นคนกำหนดกะเกณฑ์ความเสี่ยงของตัวเอง ท่านจะเริ่มเทรดเมื่อท่านเห็นว่าท่านมีโอกาสที่จะทำกำไร เเละเมื่อเสียท่านก็ไม่โกรธตัวท่านเอง เพราะท่านรู้ว่าอยู่ในหัวของท่านว่าท่านไม่อาจคาดเดาตลาดได้เเละมันไม่ใช่ความผิดของท่าน เมื่อท่านเทรดเเล้วเเล้วรู้ว่าเสียท่านปิดออเดอร์ เทรดอันต่อไปเเละต่อไปท่านรุ้ว่ามีเปอรเซ็นสำเร็จ เพราะท่านรู้ว่าระบบของท่านสามารถทำกำไรได้ ท่านเลิกที่จะมองเเค่การเทรดเเค่มุมมองของเทรดออเดอร์เดียว ท่านเปลี่ยนมุมมองของท่านเป็นอาทิตย์เเละคิดว่าเทรดผิดครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าระบบของท่านใช่ไม่ได้ ท่านจับไดว่าการเทรดขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวคือความสมำเสมอเเละการมีวินัย ท่านเรียนรู้เรื่องการจัดการเงิน เเละความเสี่ยงทุกอย่างเริ่มซึมซับ ท่านมองย้อนกลับไปถึงนักเทรดที่ใหห้ความรู้กับท่าน เเต่ก่อนด้วยความยิ้มเเย้มว่าตอนนั้นท่านยังไม่พร้อมเเต่ตอนนี้พร้อมเเล้ว

ขั้นสี่ – มีสติเเละความสามารถ
     ท่านทำการเทรดเมื่อระบบของท่านบอก ท่านทำใจยอมรับการเสียได้เหมือนกับท่านได้กำไรจากการเทรด ตอนนี้ท่านปล่อยให้ออเดรที่ทำกำไรทำกำไรถึงที่สุด โดยยอมรับความเสี่ยง เเละรู้ว่าระบบของท่านทำกำไรได้มากกว่าที่เสียไป.เเละเมื่อท่านอยู่ฝั่งที่เสียท่านปิดออเดอร์โดยเจ็็บปวดเล็กน้อยใน account ของท่าน ตอนนี้ท่านถึงจุดที่ท่านเสมอตัวซะส่วนมาก ทุกทุกวันจะมีบางอาทิตย์ที่ท่านได้100 pips เเละสัปดาห์ที่เสีย100 pips เเต่ท่านก็เสมอตัวไม่ขาดทุน ตอนนี้ท่านรู้ว่าท่านเป็นคนตัดสินใจในการเทรดเเละเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามระบบของท่านไม่ว่าได้หรือเสีย.ท่านได้รับการยอมรับจากนักเทรดคนอื่นๆ ท่านยังต้องขัดเกลาเเละเช็คการเทรดของท่านอย่างสมำเสมอ ท่านเริ่มที่จะทำเงินได้มากกว่าเสีย ท่านจะเริ่มวันด้วยการได้กำไร 20 pips เเละก็ เสีย 35 pips เเต่ท่านไม่รู้สึกอะไร เพราะท่านรู้ว่าเสียไปเเล้วมันก็จะกลับมาหาท่านอีก ท่านเริ่มที่จะทำกำไรสัปดาร์ต่อสัปดาร์ 20 pipsสัปดาร์นี้ 50 pips สัปดาร์หน้า ขั้นนี้จะประมาณ หกเดือน

ขั้นห้า – ไร้สติเเต่มีความสามารถ
     ขั้นนี้เหมือนเราขับรถ ทุกวันเราขึ้นรถขับออกไปปโดยสัณชาตญาณ เหมือนกับเราเทรด ท่านเทรดโดยสัญชาตญาณ เทรดเเบบ autopilot ท่านไม่ตื่นเต้นไม่ว่าจะทำได้ 200 pips หรือ 1 pip ท่านเห็นเด็กใหม่ในฟอรั่มเเล้วย้อนคิดไปถึงท่านในอดีตหลายปีมาเเล้ว นี้คือสวรรคของการเทรด – ท่านได้บรรลุโดยการเทรดเเบบไม่ใช่อารมณ์ เเละความรู้สึกมาร่วม Account ของท่านเติบโตขึ้น ท่านเป็นที่รู้จักของนักเทรดทุกคนคอยฟังความเห็นของท่าน เเต่ท่านรู้ว่าบางคนก็ไม่ทำตามเหมือนท่านสมัยก่อน การเทรดเริ่มน่าเบื่อเพราะพอท่านทำอะไรได้ดีหรือเก่งท่านก็จะเริ่มเบื่อไม่มีอะไรมาทำให้ท่านได้รู้สึกเเข่งขัน ท่านเริ่มหายจากห้องสนทนา เเละหาเพื่อนคุยกันรู้เรื่องโดยที่ไม่ผันตามความคิดของท่าน ท่านไม่ได้เปลี่ยนเเปลงระบบ เเต่พัฒนาระบบให้ดีขึ้น ตอนนี้ท่านมีสัญชาตญาณในการเทรด ท่านสามารถเรียกตัวเองได้เต็มปากว่า “forex trader” เเต่ท่านไม่รู้สึกอะไรคิดเเค่มันก็เเค่เป็นอาชีพอาชีพหนึ่ง

     โปรดจำไว้ว่าเเค่ ห้าเปอรเซ็นของนักเทรดที่สามารถถึงจุดนี้ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดหรือความสามารถ เเต่ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเอง เเละความหัวเเข็งของท่านได้ไหม เมื่อเวลาที่ท่าได้รับความคิด เเละความรู้ใหม่ๆ ก่อนที่ท่านจะถอดใจ ลองคิดดูว่าท่านจะยอมใช่เวลาไปโรงเรียนกี่ปี ถ้าท่านรู้ว่าตอนจบมามีงานที่ทำเงินได้ล้านนึงต่อปีรออยู่

ที่มา : thailandinvestorclub.com

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ แนวคิด ง่าย ๆ แต่ดูแล้วก็ไม่ใช่เล่นๆ ADX หลายๆ ค่า


Identify The Start Of A Trend With DMI

In "Identify The Start Of A Trend With DMI" article BC Low presents how to use short-time ADX indicator clusters to identify market tops and bottoms. A technique uses just 3 short-time ADX (average directional movement) indicators with periods equal to 3, 4 and 5 bars. A ready-to-use formula for the article is presented in the Listing 1. To display the indicator, simply type the formula below in the Formula Editor and press "Apply Indicator"

LISTING 1.


Plot( ADX(3), "ADX3", colorRed ); Plot( ADX(4), "ADX4", colorGreen ); Plot( ADX(5), "ADX5", colorDarkBlue);

เห็นแล้วเลยลองปรับแต่งต่ออีกนิดหน่อย ทำเป็นเล่นไป ใช้ได้เลยนะเนี๊ยะ เดะไว้ไปประกอบกับ idea อื่น ๆ

Plot( ADX(3), "ADX3", colorRed ); 
Plot( ADX(4), "ADX4", colorGreen ); 
Plot( ADX(5), "ADX5", colorYellow);
Plot( ADX(6), "ADX5", colorOrange);
Plot( ADX(7), "ADX5", colorBlue);
Plot( ADX(8), "ADX5", colorLightGrey);

Plot( PDI(8), "ADX5", colorGreen,styleDashed);

Plot( MDI(8), "ADX5", colorRed,styleDashed);

+++ 20 ข้อที่ควรรู้ไว้..จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า "รู้งี้"

20 ข้อที่ควรรู้ไว้..จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า "รู้งี้"

1.ลงมือทำสิ่งสำคัญตั้งแต่ตอนยังไม่เร่งด่วน อย่ารอให้เร่งด่วน แล้วค่อยทำ ระวังจะสายไป

2.ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะทำงานที่ไม่ชอบ กับคนที่ไม่ชอบ เพื่อให้ได้รายได้ที่ไม่ชอบ
3.หาคนมาจ่ายเงินจ้างให้เราทำสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะไม่ต้องทำงานอีกเลย
4.ดูค่าเฉลี่ยของรายได้จากอาชีพนั้นๆ อย่าไปดูคนที่ได้เยอะที่สุด ระวังภาพลวงตา
5.เวลามีปัญหาเกิดขึ้น แก้ไขที่ตัวเองก่อนจะคิดแก้ไขคนอื่น
6.อย่าตัดสินใจตอนกำลังโลภ โกรธ หลง เวลานั้นเราขาดสติอย่างแรง
7.ที่เห็นว่าง่ายๆ ส่วนใหญ่จะยาก ที่เห็นว่ายาก ส่วนใหญ่จะง่ายกว่าที่คิด
8.อย่าเสียเวลาอยู่กับคนขี้บ่น คบคนที่ให้แรงบันดาลใจ
9.ลุยไปเลย แม้วันนี้จะไม่เห็นทาง แต่ถ้าเรามีดี หนทางจะเปิดให้เราเอง
10.ถ้าอยากมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาว ผู้ชายต้องใส่ใจในรายละเอียดให้มากขึ้น ผู้หญิงต้องใส่ใจในรายละเอียดให้น้อยลง
11.กอดกันบ่อยๆ แก้ปัญหาความไม่เข้าใจได้
12.พูดกันน้อยไปก็ไม่เข้าใจกัน พูดกันมากไปก็ไม่เข้าใจกัน พูดกันพอดีๆ
13.คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่เงิน ลูกต้องการความรักจากพ่อแม่ ไม่ใช่ของเล่นราคาแพง
14.สนิทกับลูกตั้งแต่เค้ายังเด็ก จะมาสนิทด้วยตอนโตมันเริ่มยากแล้ว
15.คนสำเร็จทุกคนเป็นคนอารมณ์ดี วันนี้ไม่ว่าเราจะสำเร็จแล้วหรือยังไม่สำเร็จ อารมณ์ดีไว้ก่อน
16.เป้าหมายที่ทำเพื่อคนอื่น เร้าใจกว่าเป้าหมายที่ทำเพื่อตัวเอง
17.สุขภาพคือการป้องกัน ไม่ใช่แก้ไข ทรุดโทรมแล้วยากซ่อมแซม
18.วันนึงเราต้องแก่ หมดแรง เก็บเงินไว้บ้าง เราในอนาคตจะได้ขอบคุณเราในวันนี้
19.ความเงียบคือเพื่อนที่น่าคบ หาเวลาอยู่กับเค้าทุกวัน ใจจะสงบสุข
20.อย่าลืมว่าวันนึงเราต้องตาย อย่าคิดมาก ปล่อยวางบ้างเถอะ

by : วิสูตร แสงอรุณเลิศ