วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ไหนๆ ก็ไหนๆ ลอง EMA,MA อีกสักรอบกับ SET ว่าที่เถียงกันทั่วหล้า ว่าใช้เส้นไหนดี ... ลองทดสอบกันหน่อย


     ข้อมูลทั้งหมดต่อไปนี้เป็นเพียงแต่การทดลอง การทดสอบ การหาความรู้ ลองผิดลองถูก และหาข้อมูล ไม่ได้ยืนยัน นอนยันว่าต้องตามนี้หรือต่างจากนี้ผิด อ่าน ศึกษา ใช้เหตุ ผล เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ไปตัดสินใจเองนะ เพราะทุกอย่างไม่ได้มีองค์ประกอบเดียว หากแต่มีหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งภายใน ภายนอก 

เริ่มจาก Time Frame Daily ตั้งสูตร Optimize สำหรับการหาค่า EMA ที่เหมาะสม


Line1 = Optimize("Line1",2,2,200,1);
Line2 = Optimize("Line2",2,2,200,1);

Buy = Cross(EMA(C,Line1),EMA(C,Line2));
Sell = Cross(EMA(C,Line2),EMA(C,Line1));

มีแค่นี้แหละ...สั้น กระชับ แต่เลิศ

     ผลออกมาแล้ว ตั้งแต่ต้นปีมาถึงสิ้นเดือน Sep 2013 ถ้าใช้ EMA 2,4 9 ในสัญญาณ Day เล่น กับ SET จะทำกำไรได้ประมาณ 16.25%  เลยลองปรับเป็น TF = 30 นาที .... ทำให้ อัตราการทำกำไรขยับไปที่ 38.59% "... ไม่ใช่เล่น ๆ 

..... หยุด EMA ไว้แล้วลองปรับเป็น MA หน่อยดีกว่า ไม่มีไรมาก ตัด E ออกจากสูตรคำนวณ คือเลือกใช้ Moving Average ไม่ใช่ Exponential ตามนี้ แต่ยึก TF 30 เหมือนเดิม

Line1 = Optimize("Line1",2,2,200,1);
Line2 = Optimize("Line2",2,2,200,1);

Buy = Cross(MA(C,Line1),MA(C,Line2));
Sell = Cross(MA(C,Line2),MA(C,Line1));

ผลลัพธ์ที่ได้ กำไรขยับมาที่ 49% ใน TF = 30 นาที


     กลยุทธ์ในการนำค่าพวกนี้ไปใช้ ถ้าไม่มีโปรแกรมทดสอบแบบนี้ ก็ลองเลือกหุ้นที่ Beta ใกล้กะ SET แล้วใช้ค่าพวกนี้ลองทดสอบดูได้

อยากรู้เรื่อง beta ของหุ้น  http://luihoon.blogspot.com/2013/09/beta.html

+++ ค่าเบต้า (Beta) ของหุ้นนั้น คืออะไร สำคัญไฉน

     “ค่าเบต้า” (?) เป็นอีกปัจจัยที่ใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของ “ราคาหุ้น” เทียบกับ “การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์” หรือเรียกในเชิงสถิติ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะดังต่อไปนี้
1. ค่าเบต้า > 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวในอัตราที่สูงกว่าการเปลี่ยนแปลงของตลาด เช่น หุ้น ABC มีค่าเบต้าที่ 1.2 เท่า หาก SET ปรับตัวขึ้น 10% ในวันนี้ ราคาหุ้น ABC จะปรับขึ้น 12% และในทางกลับกัน SET ลดลง 10% ราคาหุ้น ABC จะลดลง 12% เช่นกัน

2. ค่าเบต้า = 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงเท่ากับการเคลื่อนไหวของตลาด ซึ่งมักเป็นหุ้นตลาด (Market Cap.) เช่น หุ้น XYZ มีค่าเบต้าที่ 1 เท่า หาก SET ปรับตัวขึ้น 10% ในวันนี้ ราคาหุ้น XYZ ปรับขึ้น 10% และในทางกลับกัน SET ลดลง 10% ราคาหุ้น XYZ จะลดลง 10% เช่นกัน

3. ค่าเบต้า < 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงหรือผันผวนน้อยกว่าตลาด ซึ่งมักเป็นหุ้น Defensive เช่น หุ้น DEF มีค่าเบต้าที่ 0.8 เท่า หาก SET ขึ้น 10% ราคาหุ้น DEF ขึ้น 8% แต่ในทางกลับกัน SET ลดลง 10% ราคาหุ้น DEF ลดลง 8%

     “ค่าเบต้า” (?) คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น เทียบกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาด ดังนั้นการนำข้อมูลแต่ละช่วงเวลามาประเมินค่าเบต้า ย่อมได้ค่าเบต้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ลักษณะของค่าเบต้าที่ดี และ
น่าเชื่อถือ คือ ช่วงเวลาของข้อมูลที่นำมาใช้ ยิ่งช่วงเวลานาน ความน่าเชื่อถือจะดีขึ้น เพราะหากนำข้อมูลช่วงสั้นๆ มาพิจารณา ราคาหุ้นในช่วงเวลานั้นๆ อาจมีความผันผวนสูงจากปัจจัยใดปัจจั ยหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเบต้าที่ได้สูงกว่าปกติหรือค่าเฉลี่ยของหุ้นนั้นๆ ในทางปฎิบัติมักใช้ช่วงเวลา 6 เดือน หรือ 12 เดือน

กลยุทธ์การใช้ค่าเบต้าในการตัดสินใจลงทุน

1. Fund Flow เข้า หรือตลาดเป็นทิศทางขาขึ้น ควรเลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าเท่ากับ 1 หรือสูงกว่า เพราะผู้ลงทุ ต่างชาติจำเป็นต้องลงทุนในหุ้นที่มีขนาดใหญ่ หรือ Market Cap. สูง และเมื่อตลาดโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีค่าเบต้าสูง แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะสูงกว่าตลาด แต่ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากการลงทุนจะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

2. ภายใต้ภาวะตลาดผันผวน ไร้ทิศทางชัดเจน ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำกว่า 1 เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน โดยส่วนใหญ่นักกลยุทธ์จะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นประเภท Defensive หรือหุ้นที่ให้อ้ตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด (Dividend Stock) เพราะผลตอบแทนจากเงินปันผลจะสามารถเป็นกันชนที่จะช่วยลดการผันผวนของราคาได้

+++ ฟลุ๊คมาเจอกัน... Interactive Broker + Amibroker


     นั่งค้นข้อมูลเกี่ยวกับ คำสั่งของ Amibroker บังเอิญไปเจอ http://www.amibroker.com/guide/h_ib.html   แล้วก็ข้อความนี้ทำให้รู้สึกแบบ ...ดีใจมากเลย เพราะกำลังห่วงว่า ความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จาก Amibroker จะถึงทางตัน เพราะตอนนี้หัดเทรดไรอีกหลายอย่าง มันต้องใช้ทั้ง MT4 ทั้งไรอีกหลายตัว ให้ไปเรียนใหม่กลัวมึน นี่ก็เล่น MT4 มาจะได้เดือนแหละ เดี๋ยวจะได้แต่เรียน แล้วก็ใช้ไม่เป็น กลายเป็นเป็ด แต่พเห็นลิงค์นี้แล้วแบบ ....ฟิน เลย 


IB PLUGIN FEATURES SUMMARY:

  • Supports upto 100 streaming symbols in real time (equal to IB TWS limit)
  • Supports all base time intervals: daily, hourly, 15-,5-,1-minute, 15-,5-second, tick
  • Automatic connection (no need to manually "accept incoming connection" in TWS)
  • Supports upto 30 DAYS intraday data BACKFILL in 1-minute bar interval
  • Upto 2000 bars backfill using 1-sec/5-sec/15-second bar intervals

ตอนนี้ลุ้นอย่างเดียว ขอให้มันเขียน ส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย เข้าระบบได้ทีเห้อะะะะะะ สาธุ
https://www.interactivebrokers.com.hk/download/newMark/PDFs/APIprintable.pdf   เจอแหละ....บะเจ้า เอาไงละทีนี้ 

+++ MACD 12,26,9 ที่ใช้ๆ กันอยู่...เอามาจากไหน แล้วมีใครรู้ไหมว่ามันเหมาะกับใคร ไรยังไง...ลองทดสอบกันหน่อย


     ข้อมูลทั้งหมดต่อไปนี้เป็นเพียงแต่การทดลอง การทดสอบ การหาความรู้ ลองผิดลองถูก และหาข้อมูล ไม่ได้ยืนยัน นอนยันว่าต้องตามนี้หรือต่างจากนี้ผิด อ่าน ศึกษา ใช้เหตุ ผล เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ไปตัดสินใจเองนะ เพราะทุกอย่างไม่ได้มีองค์ประกอบเดียว หากแต่มีหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งภายใน ภายนอก 

วันนี้ (ต่อจากกาทดลอง FOREX เมื่อวาน) เลยอยาก ลองดู ปู่ SET ตัวเดียวเลย กับ MACD ใน TF=Daily ครับ สรุปตั้งแต่ต้นปี  เดะเอาค่า เดิม MACD 12,26,9 ทำ Back Test ไว้หน่อย 





ตั้งสูตร...สำหรับ Optimize 


mfast = Optimize( "MACD Fast", 12, 8, 16, 1 ); 
mslow = Optimize("MACD Slow", 26, 17, 30, 1 ); 
sigavg = Optimize( "Signal average", 9, 2, 20, 1 );


Buy = Cross( MACD( mfast, mslow ) , Signal( mfast, mslow, sigavg ) ); 
Sell = Cross( Signal( mfast, mslow, sigavg ), MACD( mfast, mslow ) );

กำหนดช่วงเวลา ตั้งแต่ต้นปี เลือก TF Daily ได้ Output ของการ Optimize ตามภาพ มาถึงตอนนี้ ข้อมูลออกมาคือ ถ้าเราใช้ 8,17,8 กะปู่ ... ศักยภาพปู่ จะได้ 17.6% .... ไม่ได้หมายถึงหุ้นนะ คือวิเคราะห์ปู่เล่น ๆ ก่อน เดะค่อยว่ากัน

ลองเอาค่า 8,17,8 ไปใส่ efin .... ผลการทดลองกะ ok



แล้วก็ลองเอาค่า ที่ได้ไปลองทำ back test ดู output หน่อยว่าตรงกันไหม ...ตรง


กราฟ equity ถ้าเล่น MACD ตามนี้

ลองปรับเป็น TF = 30 Output ดีขึ้นจากเดิมเป็น 32.15% แต่ต้องปรับค่า MACD เป็น 12,18,5

     แนวทางการนำไปใช้งาน เราเราไม่อยากปรับไปปรับมา อย่างน้อยก็น่าจะเลือก tf ที่เหมาะกะเรา แล้วหาค่าที่เหมาะ พอได้ค่าจาก set ถ้าไม่อยากไรต่อมาก็เลือกหุ้นที่มี beta ใกล้เคียงกะ set มาไว้ใน port ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะ
อยากรู้เรื่อง beta ของหุ้น  http://luihoon.blogspot.com/2013/09/beta.html

+++ บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

Share from :  The Youngblood Way ( Stock Investor )

ตัวเลือกสำหรับเรื่องราวนี้
บัญญัติ 10 ประการ "อยากรวย ต้องรู้"

1) "ความรู้ทางการเงิน" สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า "ความรู้ทางการงาน" เพราะในชีวิตของคนเราทุกคนนั้น จะมีช่วงที่จะสามารถหา "รายได้จากการทำงาน" (you at work) จำกัด และจะต้องมีชีวิตหลังเกษียณค่อนข้างยาวนาน จึงต้องรู้วิธีที่จะ "ใช้เงินให้ทำงาน" (money at work)

2) การออมเป็น "เกมแห่งระยะเวลา" (game of time) ใครเริ่มต้นก่อน ก็รวยก่อน เพราะยิ่งทิ้งไว้นาน ยิ่งได้เป็นกอบเป็นกำ ถือเป็น "เงื่อนไขจำเป็น" ของทุกคนที่มีเป้าหมายต้องการบรรลุสู่อิสรภาพทางการเงิน

3) การลงทุนเป็น "เกมแห่งจังหวะเวลา" (game of timing) ต้องรู้จังหวะในการเข้าออกจากตลาดที่เหมาะสม ซื้อเมื่อต่ำ ขายเมื่อสูง หยุดเมื่อสงสัย เพราะถ้าหากเข้าผิดจังหวะ ยิ่งทิ้งไว้นาน จะยิ่งเสียหายมาก และทำให้โอกาสที่จะได้ทุนคืนยากขึ้นเรื่อยๆ (losses are harder to regain)

4) การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนไม่ใช่การตัดสินใจซื้อสินค้าสำเร็จรูป (product) แบบที่ตัดสินใจตอนซื้อครั้งเดียวจบ ถ้าไม่ได้ผล หรือใช้แล้วไม่พอใจ ก็ทิ้งมันไว้เฉยๆ จริงๆ แล้วการลงทุนเป็นกระบวนการ (process) ที่ต้องมีการเอาใจใส่ ติดตามผล และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลอดเวลา

5) หนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว จุดสำคัญในการบริหารการลงทุนนั้นไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ วิธีการ หรือสไตล์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเพียง "เกมภายนอก" (outer game) แต่เป็นเรื่องของทัศนคติ วิธีคิด พลังใจ ซึ่งเป็น "เกมภายใน" (inner game)

6) ลำพังแค่การ "เอาชนะดัชนี" (beat the index) ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่มีใคร "เอาชนะตลาด" (beat the market) ได้ เคล็ด (ไม่) ลับในการจะยืนหยัดอยู่ในเกมการลงทุนอย่างตลอดรอดฝั่งในฐานะ "ผู้ชนะ" นั้น อยู่ที่การยืนอยู่ข้างเดียวกับตลาดไม่ใช่ฝืนตลาด

7) ความสำเร็จในการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน จริงๆ แล้วมันอาจเปรียบได้กับการวิ่งแข่งระยะไกล (marathon) ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร (sprint) ดังนั้น คุณจะต้อง "รู้จักตัวเอง" (know yourself) ว่าอะไรคือสไตล์การลงทุนที่เหมาะสมที่เข้ากันได้กับความสามารถในการรับความเสี่ยง (risk attitude) และทักษะในการลงทุน (risk aptitude) เพราะนั่นคือ "ระบบ" ที่คุณต้องใช้ในเพื่อ "ทำธุรกิจ" นี้ในระยะยาว

ในการใช้เงินต่อเงินนั้น คุณต้อง "รู้จักเครื่องมือ" (know the vehicle) ว่ามีลักษณะและรูปแบบการให้ผลตอบแทนอย่างไร มีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดอะไรบ้าง

9) นอกจากนี้ คุณต้อง "รู้จักตลาด" (know the market) คือ รู้ว่าตลาดการเงินมีธรรมชาติเป็นอย่างไร อะไรคือสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมขึ้นลงของตลาด และรู้วิธีการในการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนว่าต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร

10) อย่าติดอยู่ในกับดักของ "การบริโภคข้อมูลเกินขนาด" (information overload) ซึ่งมัวแต่สนใจหาข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ จนไม่กล้าลงมือปฏิบัติ (analysis paralysis) เพราะมีความเชื่ออย่างผิดๆ แบบพวกมองโลกสมบูรณ์แบบ (perfectionist) ว่าถ้ามีข้อมูลที่สมบูรณ์จะไม่เกิดความผิดพลาด (zero-defect mentality) จริงๆ แล้ว หัวใจสำคัญของการบริหารการลงทุนนั้นอยู่ที่การ "จำกัดความเสี่ยง" (risk limitation) ไม่ใช่ "กำจัดความเสี่ยง" (risk elimination) ถ้าถามว่ากฎที่สำคัญที่สุดที่สรุปได้จากการปฏิบัติ (rule of thumb) ของผู้เขียนหนังสือชุด "อยากรวย ต้องรู้" คืออะไร ก็อยากตอบว่า rule of "ทำ" นั่นคือ "รู้แล้วต้องลงมือทำ" เพราะในภาษาอังกฤษ คำว่า "โชคลาภ" (luck) เป็นตัวย่อของ Laboring Under Correct Knowledge แปลว่า "ลงมือทำ ด้วยความพากเพียร โดยอาศัยความรู้ที่ถูกต้อง" นั่นเอง

Credit : http://www.investorchart.com
ที่มา: ผู้แต่ง คุณนำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์ จากหนังสือชุดอยากรวยต้องรู้ เล่ม 3 สำนักพิมพ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

+++ เมื่อวาน 28-Sep-2013 เกือบทั้งวัน ทำ Back Test + Optimize FOREX กับ Amibroker


     หลังจากเครียงานด่วนๆ ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาประสบการณ์ ความรู้ต่างๆ มายำสรุปเป็นรอบๆ ไป รอบนี้เลยอยู่ในช่วงของการ Optimize, Back Test ของ FOREX หน่อยเพราะตั้งแต่เข้าไปฝึก ไปลอง ก็ลองนั่น นี่โน่น ตามประสา แต่ยังไงซ่ะก็คงต้องหา Model มาดูหน่อยว่าความเป็นไปได้ มันจะมีมากน้อยแค่ไหน เริ่มตั้งแต่เช้า ก็เริ่มทวนความรู้เรื่อง Optimize กันหน่อย หาตั้งนาน จำไม่ได้ เลยเริ่มจาก 

Optimize พวก MACD แล้วต่อด้วย CCI และก็มา EMA, MA,WMA ลองดูพวกนี้แหละน่าจะพอเห็นภาพ แต่โจทย์ตอนนี้ที่ได้มาจาก MT4 คือเวลาทำ Optimize, Back Test จะแยกทดสอบกับคู่เงินทีละคู่เงินเลย และเลือกช่วงเวลา และ Time Frame Time ต่างๆ  ออกจากกัน เดิม เวลา Optimize เลือกกับ TF หนึ่งแล้วดันไป Back Test กับทุก TF   นี่คือสูตร ที่จะใช้ทดสอบวันนี้



     อันนี้คือการ Optimize เพื่อหาค่า EMA 2 เส้นที่ดีทีสุ่ด โปรแกรมจะทดสอบตั้งแต่ EMA 2 วัน ไล่ไปทีละ 1 จนถึง 200 แล้วหาค่าที่ดีที่สุดสำหรับค่าเงินนั้น ๆ ออกมา


     ส่วนอันนี้ ลองเฉย ๆ MACD โดยให้โปรแกรม Optimize หา 3 ค่าเลย ทั้ง Fast, Slow, Signal เพื่อหาค่าที่เหมะสม

ส่วนอันนี้เกิดจากความสงสัยที่ว่าทำม คนเล่น FOREX เขาชอบใช้กันจัง ...ต้องลองดูหน่อย


     วันนี้เป็นอีกวันที่ได้เจาะลึกเข้าไปในความสามารถของ โปรแกรม Amibroker อีกครั้ง เริ่มต้นกับการ Optimize หาแต่ละค่าแล้วจดบันทึก ทำตารางลง Excel เพื่อเก็บค่าตัวแปร และเก็บ % Profit และอื่น ๆ อันนี้ตัวอย่างของ Out put แต่ะล Model แต่ะล TF 






     จากนั้นก็เอาแต่ละค่าที่เลือก แล้วมาทำ Back Test อันนี้ก็ตัวอย่างตาราง Output ที่ออกมา


และตอนนี้ก็ได้พบกับหน้า REPORT ของการทำ Back Test อีกหน้าจอ มีการบอกข้อมูล อีกหลายส่วนทั้ง % Profit, % Draw down ต่าง ๆ 


และมีหน้าจอ Report Graphics ให้ดูด้วย


     และปิดท้ายสุดกับ 3D Report สวย ๆของ Amibroker (แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยได้ใช้ไรมาก) เพราะค่าต่าง ๆ จริง ๆ มันออกมาตั้งแต่ตอนทำตารางแหละ แต่ก็ต้องชมว่าเขาทำ idea ได้ดี ทีเดียว

     อันนี้คือ Report ที่ผม Note ไว้ว่าแต่ละคู่เงินแต่ละ Time Frame มีค่าตัวแปรไหนที่เหมาะ และทำ % Profit ต่างๆ ได้เท่าไหร่  จากที่ได้ทดลอง...กลายเป็นว่า MA หรือ Moving Average คือตัวที่ทำกำไรได้มากสุดที่ TF= 60 นาที และรองลงมาก็คือ CCI และ EMA และท้ายสุด MACD ขี้เหล่สุดเลย 5555 นี่แหละ Back to the Basic 


     แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแค่การทดลองกับข้อมูลเก่า เป็นเพียงข้อมูลเชิงสถิติ ไม่ได้รับประกันว่าต้องตามนี้ แต่มันก็ทำให้เราพอเข้าใจว่า ถ้าจะเลือกสร้าง Model เราน่าจะเลือกและทำไรยังไง อีกอย่างตอนนี้ที่ได้คือ เราสามารถที่จะ พลิกแพลง การ Optimize, Back test ต่าง ๆ ได้ไว และคล่องมากขึ้น....ต้องต้องว่ากันต่อกับตอนไปลองของจริงแหละทีนี้

ปล.... แต่เมื่อวานก่อนเข้านอน ดันไปปรับ และ Optimize + Back test กับ Model หนึ่งที่ได้ Output น่าสนใจกว่าตัวนี้มาก ไว้จะมาแชร์ต่อ

+++ 5 ขั้นในการเป็นนักเทรด

5 ขั้นในการเป็นนักเทรด


ขั้นเเรก – ไร้สติเเละไร้คุณสมบัติ
     นี้เป็นขั้นเเรกของนักเทรดทุกคนเมื่อคิดที่จะเริ่มเทรด ท่านรู้ว่าการเทรดเป็นการหาเงินที่ดีเพราะท่านได้ยินใครๆก็พูดถึงเรื่องของนักเทรดที่เป็น millionaire เหมือนกับคุณเริ่มคิดที่จะขับรถทุก อย่างดูเหมือนง่ายมันไม่น่าจะยากอะไรขนาดนั้น เหมือนกับการเทรดราคามีเเค่ขึ้นกับลง มันจะมีความลับอะไรกันมากมาย ท่านเลยคิดว่าเทรดเลยดีกว่าไม่น่าจะยาก เเต่เช่นเดียวกับการขับรถเมื่อท่านจับพวงมาลัยครั้งเเรก ท่านถึงได้รู้ว่าท่านไม่รู้อะไรเลย ท่านเปิดออเดอร์มากมาย เเละรับความเสี่ยงสูง พอท่านเปิดซื้อกราฟก็ตกพอท่านสั่งขายกราฟก็ขึ้นเป็นอยู่อย่างนี้ บางทีท่านอาจจะประสบความสำเร็จ นั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะในสมองของท่านจะคิดว่าการเทรดเป็นเรื่องง่าย เเล้วท่านก็จะเพิ่มความเสี่ยงขึ้น เเละลงเงินมากขึ้นไปอีก ท่านพยายามที่จะเปลี่ยนการจากออเดร์ที่เสียด้วยการดับเบิ้ลเงินลงไปทุกครั้งในการเทรด บางครั้งท่านก็รอดมาได้เเต่ไม่บ่อยครั้งที่จะผ่านมาเเบบไม่เสีย ท่านยังไม่คิดว่าท่านไม่มีความสามารถในการเทรด ขั้นตอนนี้กินเวลาอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ ก่อนที่ท่านจะย้ายไปอีกขั้นนึง

ขั้นสอง – มีสติเเต่ขาดคุณสมบัติ 
     ขั้นตอนสองคือท่านทราบการเทรดนั้นต้องมีการวางเเผน เเละลงมือลงเเรง จิตใต้สำนึกท่านทราบว่าท่านเป็นนักเทรดที่ขาดคุณสมบัติท่านไม่มีทักษะหรือความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการทำกำไรในตลาดเงิน ท่านเริ่มที่จะหาซื้อระบบการเทรดและ e-book ท่านหาหนังสืออ่านตามเว็บไซต์ทุกที่จากสหรัฐอเมริกาถึงยูเครน ช่วงนี้ท่านเริ่มต้นค้นหาอินดี้หรือระบบศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้ท่านจะย้ายจากระบบไประบบนึง อินดี้นึงไปอินดี้นึง ท่านจะเปลี่ยนจากวิธีนี้วันวิธีนู้นอีกวัน และสัปดาห์โดยสัปดาห์ไม่ใช่มันนานพอที่จะดูว่ามันใช่ได้หรือไม่ เวลาที่ท่านเจออินดี้ตัวใหม่ คุณจะมีความตื้นเต้น เเละคิดว่าอินดี้นี้ ละสุดยอดเเล้ว ท่านจะทดสอบระบบ อัตโนมัติใน Metatrader ท่านจะเล่นกับmoving average, Fibonacci, support และ resistant, Pivots, Fractals, DMI, ADX และอื่นๆ อีกร้อยเเปดในความหวังว่ามันจะเป็นระบบมหัศจรรย์ของท่าน ท่านจะเป็นคนเลือกบนเเละล่างพยายามหาจุดกลับตัวของกราฟและท่านจะพบตัวว่าเองไล่กวดเทรดที่เสีย และยังเพิ่มเงินลงไปเพราะคุณมั่นใจว่าท่านถูก ท่านจะไปอยู่ในเเชทลูมและเห็นว่าคนอื่นๆทำกำไรเเต่ทำไมไม่ใช่ท่านท่านมีปัญหาที่ต้องการคำตอบล้านเเปด บางคำถามเมื่อตัวท่านเองย้อนกลับไปดูตัวท่านเองยังรู้สึกว่าเป็นคำถามที่งี่เง่า แล้วท่านจะถึงจุดที่ท่านคิดว่าคนที่ออกมาบอกว่าได้กำไรทั้งหมดโกหก พวกเขาไม่น่าจะทำไรได้เพราะท่านก็ได้ศึกษาการเทรดมาเเต่ได้เเต่ขาดทุน ท่านก็รู้เท่าเท่ากับที่พวกเขารู้พวกเขาต้องโกหกเเน่เเน่. เเต่ พวกเขาอยู่ในตลาดเทรดทุกวัน และบัญชีของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ของท่านลดลงเรื่อยๆ ท่านจะกลับไปเป็นเเบบวัยรุ่นอีกครั้งนึง – นักเทรดที่มีประสบการเเละสำเร็จให้คำอธิบายบอกเหตูผลบอกวิธีเเบบฟรีๆเเต่ท่านก็ยังดื้อรั้นคิดว่าตัวเองถูกเเละท่านรู้ดีที่สุด ท่านก็ยังดั้นด้นเทรนทั้งที่ทุกคนรอบรอบข้างบอกว่าคุณบ้าไปเเล้วเเต่ท่านคิดว่าท่านรู้ดีกว่า เมื่อท่านจะคิดได้เเล้วจะพยายามเทรดตามคนอื่นเเต่ก็ไม่สำเร็จ.ท่านพยายามจ่ายค่าสัญญาณจากคนอื่น.ท่านก็จะจ่ายเงินให้กูรูคอยบอกเเละสอนไม่ว่ากูรูจะดีหรือไม่ดียังไงท่านก็ยังไม่สำเร็จเพราะท่านยังคิดว่าท่านรู้ดีที่สุด

     ขั้นนี้อาจจะนานตราบเท่านาน – ในความเป็นจริงเเห่งโลกของความเป็นจริง เเละหลังจากที่พูดคุยกับนักเทรดคนอื่นๆ เเละจากประสบการขั้นนี้อาจจะนานเป็นปีถึงสามปี นี้เป็นขั้นที่นักเทรดถอนตัวถอดใจในการเทรด ประมาณ 60% ของนักเทรดใหม่ถอดใจใน 3 เดือนเเรก – พวกเขาถอดใจเป็นสิ่งที่ดี – ลองคิดดู – ถ้าการเทรดเป้นเรื่องง่ายทุกคนก็รวยกันหมดเเล้วอีก 20% ให้เวลาอีกหนึ่งปีแล้วความหมดหวังในการเสี่ยงจะทำให้บัญชีพวกเขาหมดไปอย่างเเน่นอน

     สิ่งที่ท่านอาจจะแปลกใจก็คือที่เหลืออีก 20% พวกเขาผ่านได้ประมาณ 3 ปี และเขาก็จะคิดว่าพวกเขาจะปลอดภัยแต่แม้จะผ่าน 3 ปีเเต่เเค่อีกเพียง 5-10% จะทำกำไรได้สมำเสมอ ตัวเลขอันนี้ไม่ได้เกิดมาได้จากอากาศไม่ได้โมเมขึ้นมา หลังจากที่คุณผ่านสามปีได้อย่าพึ่งวางใจ.มีคนเคยเถียงเรื่องเวลาหลายคนทุกทุกคนไม่เคยรอดเกินสามปี.ถ้าท่านคิดว่าท่านรู้ดีลองถามตามบอดร์ดูว่าใครเทรดมาห้าปีเเล้วสามารถที่จะเทรดเต็มความสามารถ 100% บางทีอาจจะมีบางคนเป็นข้อยกเว้น เเต่ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเองสักคน ท่านจะค่อยๆ ออกมาจากขั้นนี้ ท่านลงทุนลงเเรงกับมันไปมากกว่าที่ท่านคาดคิด ท่านหมดเงินไปจากบัญชีเป็นสิบครั้งเ เละคิดจะเลิกตั้งหลายครั้งเเต่ท่านไม่เลิกเ พราะมันอยู่ในสายเลือดไปเเล้ว วันนึงในเสี้ยววินาทีท่านก็จะเข้าขั้นที่สาม

ขั้นที่สาม – Eureka
     ช่วงสุดท้านของขั้นที่สองท่านเริ่มคิดได้ว่ามันไม่ใช่ที่ระบบที่ทำให้เกิดความเเตกต่าง ท่านเริ่มที่จะคิดได้ว่าท่านสามารถทำเงินได้กับเเค่ simple moving average เเละไม่มีอย่างอื่น หากเเต่ว่าความคิดของท่านเ เละการจัดการเงินของท่านเป็นไปอย่างถูกต้อง ท่านเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาในการเทรด เเละเข้าใจในตัวคาเเรกเตร์ในหนังสือทำให้เกิดความกระจ่าง การกระจ่างนี้เกิดจากสมองของท่านประติดประต่อได้ว่าไม่ว่าใคร ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตลาดจะเป็นอย่างไรได้อย่างเเม่นยำในเวลาข้างหน้า ไม่ว่าจะสิบวินาทีหรืออีกยี่สิบนาที ท่านจะเลิกสนใจความคิดของคนอื่น ท่านเริ่มที่จะสร้างระบบของท่านเองเพียงระบบเดียว เเละมีความสุขกับระบบของท่าน เเละท่านเป็นคนกำหนดกะเกณฑ์ความเสี่ยงของตัวเอง ท่านจะเริ่มเทรดเมื่อท่านเห็นว่าท่านมีโอกาสที่จะทำกำไร เเละเมื่อเสียท่านก็ไม่โกรธตัวท่านเอง เพราะท่านรู้ว่าอยู่ในหัวของท่านว่าท่านไม่อาจคาดเดาตลาดได้เเละมันไม่ใช่ความผิดของท่าน เมื่อท่านเทรดเเล้วเเล้วรู้ว่าเสียท่านปิดออเดอร์ เทรดอันต่อไปเเละต่อไปท่านรุ้ว่ามีเปอรเซ็นสำเร็จ เพราะท่านรู้ว่าระบบของท่านสามารถทำกำไรได้ ท่านเลิกที่จะมองเเค่การเทรดเเค่มุมมองของเทรดออเดอร์เดียว ท่านเปลี่ยนมุมมองของท่านเป็นอาทิตย์เเละคิดว่าเทรดผิดครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าระบบของท่านใช่ไม่ได้ ท่านจับไดว่าการเทรดขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวคือความสมำเสมอเเละการมีวินัย ท่านเรียนรู้เรื่องการจัดการเงิน เเละความเสี่ยงทุกอย่างเริ่มซึมซับ ท่านมองย้อนกลับไปถึงนักเทรดที่ใหห้ความรู้กับท่าน เเต่ก่อนด้วยความยิ้มเเย้มว่าตอนนั้นท่านยังไม่พร้อมเเต่ตอนนี้พร้อมเเล้ว

ขั้นสี่ – มีสติเเละความสามารถ
     ท่านทำการเทรดเมื่อระบบของท่านบอก ท่านทำใจยอมรับการเสียได้เหมือนกับท่านได้กำไรจากการเทรด ตอนนี้ท่านปล่อยให้ออเดรที่ทำกำไรทำกำไรถึงที่สุด โดยยอมรับความเสี่ยง เเละรู้ว่าระบบของท่านทำกำไรได้มากกว่าที่เสียไป.เเละเมื่อท่านอยู่ฝั่งที่เสียท่านปิดออเดอร์โดยเจ็็บปวดเล็กน้อยใน account ของท่าน ตอนนี้ท่านถึงจุดที่ท่านเสมอตัวซะส่วนมาก ทุกทุกวันจะมีบางอาทิตย์ที่ท่านได้100 pips เเละสัปดาห์ที่เสีย100 pips เเต่ท่านก็เสมอตัวไม่ขาดทุน ตอนนี้ท่านรู้ว่าท่านเป็นคนตัดสินใจในการเทรดเเละเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามระบบของท่านไม่ว่าได้หรือเสีย.ท่านได้รับการยอมรับจากนักเทรดคนอื่นๆ ท่านยังต้องขัดเกลาเเละเช็คการเทรดของท่านอย่างสมำเสมอ ท่านเริ่มที่จะทำเงินได้มากกว่าเสีย ท่านจะเริ่มวันด้วยการได้กำไร 20 pips เเละก็ เสีย 35 pips เเต่ท่านไม่รู้สึกอะไร เพราะท่านรู้ว่าเสียไปเเล้วมันก็จะกลับมาหาท่านอีก ท่านเริ่มที่จะทำกำไรสัปดาร์ต่อสัปดาร์ 20 pipsสัปดาร์นี้ 50 pips สัปดาร์หน้า ขั้นนี้จะประมาณ หกเดือน

ขั้นห้า – ไร้สติเเต่มีความสามารถ
     ขั้นนี้เหมือนเราขับรถ ทุกวันเราขึ้นรถขับออกไปปโดยสัณชาตญาณ เหมือนกับเราเทรด ท่านเทรดโดยสัญชาตญาณ เทรดเเบบ autopilot ท่านไม่ตื่นเต้นไม่ว่าจะทำได้ 200 pips หรือ 1 pip ท่านเห็นเด็กใหม่ในฟอรั่มเเล้วย้อนคิดไปถึงท่านในอดีตหลายปีมาเเล้ว นี้คือสวรรคของการเทรด – ท่านได้บรรลุโดยการเทรดเเบบไม่ใช่อารมณ์ เเละความรู้สึกมาร่วม Account ของท่านเติบโตขึ้น ท่านเป็นที่รู้จักของนักเทรดทุกคนคอยฟังความเห็นของท่าน เเต่ท่านรู้ว่าบางคนก็ไม่ทำตามเหมือนท่านสมัยก่อน การเทรดเริ่มน่าเบื่อเพราะพอท่านทำอะไรได้ดีหรือเก่งท่านก็จะเริ่มเบื่อไม่มีอะไรมาทำให้ท่านได้รู้สึกเเข่งขัน ท่านเริ่มหายจากห้องสนทนา เเละหาเพื่อนคุยกันรู้เรื่องโดยที่ไม่ผันตามความคิดของท่าน ท่านไม่ได้เปลี่ยนเเปลงระบบ เเต่พัฒนาระบบให้ดีขึ้น ตอนนี้ท่านมีสัญชาตญาณในการเทรด ท่านสามารถเรียกตัวเองได้เต็มปากว่า “forex trader” เเต่ท่านไม่รู้สึกอะไรคิดเเค่มันก็เเค่เป็นอาชีพอาชีพหนึ่ง

     โปรดจำไว้ว่าเเค่ ห้าเปอรเซ็นของนักเทรดที่สามารถถึงจุดนี้ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดหรือความสามารถ เเต่ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเอง เเละความหัวเเข็งของท่านได้ไหม เมื่อเวลาที่ท่าได้รับความคิด เเละความรู้ใหม่ๆ ก่อนที่ท่านจะถอดใจ ลองคิดดูว่าท่านจะยอมใช่เวลาไปโรงเรียนกี่ปี ถ้าท่านรู้ว่าตอนจบมามีงานที่ทำเงินได้ล้านนึงต่อปีรออยู่

ที่มา : thailandinvestorclub.com

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ แนวคิด ง่าย ๆ แต่ดูแล้วก็ไม่ใช่เล่นๆ ADX หลายๆ ค่า


Identify The Start Of A Trend With DMI

In "Identify The Start Of A Trend With DMI" article BC Low presents how to use short-time ADX indicator clusters to identify market tops and bottoms. A technique uses just 3 short-time ADX (average directional movement) indicators with periods equal to 3, 4 and 5 bars. A ready-to-use formula for the article is presented in the Listing 1. To display the indicator, simply type the formula below in the Formula Editor and press "Apply Indicator"

LISTING 1.


Plot( ADX(3), "ADX3", colorRed ); Plot( ADX(4), "ADX4", colorGreen ); Plot( ADX(5), "ADX5", colorDarkBlue);

เห็นแล้วเลยลองปรับแต่งต่ออีกนิดหน่อย ทำเป็นเล่นไป ใช้ได้เลยนะเนี๊ยะ เดะไว้ไปประกอบกับ idea อื่น ๆ

Plot( ADX(3), "ADX3", colorRed ); 
Plot( ADX(4), "ADX4", colorGreen ); 
Plot( ADX(5), "ADX5", colorYellow);
Plot( ADX(6), "ADX5", colorOrange);
Plot( ADX(7), "ADX5", colorBlue);
Plot( ADX(8), "ADX5", colorLightGrey);

Plot( PDI(8), "ADX5", colorGreen,styleDashed);

Plot( MDI(8), "ADX5", colorRed,styleDashed);

+++ 20 ข้อที่ควรรู้ไว้..จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า "รู้งี้"

20 ข้อที่ควรรู้ไว้..จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า "รู้งี้"

1.ลงมือทำสิ่งสำคัญตั้งแต่ตอนยังไม่เร่งด่วน อย่ารอให้เร่งด่วน แล้วค่อยทำ ระวังจะสายไป

2.ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะทำงานที่ไม่ชอบ กับคนที่ไม่ชอบ เพื่อให้ได้รายได้ที่ไม่ชอบ
3.หาคนมาจ่ายเงินจ้างให้เราทำสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะไม่ต้องทำงานอีกเลย
4.ดูค่าเฉลี่ยของรายได้จากอาชีพนั้นๆ อย่าไปดูคนที่ได้เยอะที่สุด ระวังภาพลวงตา
5.เวลามีปัญหาเกิดขึ้น แก้ไขที่ตัวเองก่อนจะคิดแก้ไขคนอื่น
6.อย่าตัดสินใจตอนกำลังโลภ โกรธ หลง เวลานั้นเราขาดสติอย่างแรง
7.ที่เห็นว่าง่ายๆ ส่วนใหญ่จะยาก ที่เห็นว่ายาก ส่วนใหญ่จะง่ายกว่าที่คิด
8.อย่าเสียเวลาอยู่กับคนขี้บ่น คบคนที่ให้แรงบันดาลใจ
9.ลุยไปเลย แม้วันนี้จะไม่เห็นทาง แต่ถ้าเรามีดี หนทางจะเปิดให้เราเอง
10.ถ้าอยากมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาว ผู้ชายต้องใส่ใจในรายละเอียดให้มากขึ้น ผู้หญิงต้องใส่ใจในรายละเอียดให้น้อยลง
11.กอดกันบ่อยๆ แก้ปัญหาความไม่เข้าใจได้
12.พูดกันน้อยไปก็ไม่เข้าใจกัน พูดกันมากไปก็ไม่เข้าใจกัน พูดกันพอดีๆ
13.คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่เงิน ลูกต้องการความรักจากพ่อแม่ ไม่ใช่ของเล่นราคาแพง
14.สนิทกับลูกตั้งแต่เค้ายังเด็ก จะมาสนิทด้วยตอนโตมันเริ่มยากแล้ว
15.คนสำเร็จทุกคนเป็นคนอารมณ์ดี วันนี้ไม่ว่าเราจะสำเร็จแล้วหรือยังไม่สำเร็จ อารมณ์ดีไว้ก่อน
16.เป้าหมายที่ทำเพื่อคนอื่น เร้าใจกว่าเป้าหมายที่ทำเพื่อตัวเอง
17.สุขภาพคือการป้องกัน ไม่ใช่แก้ไข ทรุดโทรมแล้วยากซ่อมแซม
18.วันนึงเราต้องแก่ หมดแรง เก็บเงินไว้บ้าง เราในอนาคตจะได้ขอบคุณเราในวันนี้
19.ความเงียบคือเพื่อนที่น่าคบ หาเวลาอยู่กับเค้าทุกวัน ใจจะสงบสุข
20.อย่าลืมว่าวันนึงเราต้องตาย อย่าคิดมาก ปล่อยวางบ้างเถอะ

by : วิสูตร แสงอรุณเลิศ

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ บันทึก Milestone ตัวเองไว้หน่อย เกี่ยวกับ Amibroker ความภูมิใจเล็ก ๆ


     วันนี้ 24-Sep-2013 น้องชาย @หุ้นพาไปเอางานมา update เป็นงานที่น้องถูกจองจำให้ปิดให้ได้ก่อนกลับมาช่วยกันเทรด เลยได้มีโอกาสเล่าความภูมิใจให้น้องชาย และขอบคุณน้องชายคนนี้มากที่สอน และแนะนำการใช้งาน การเขียนโปรแกรมบน Amibroker ยังจำได้เลย ช่วงต้นเดือน เมษา ผมพยายามเสาะแสวงหา โปรแกรมมาแก้ไขปัญหาของ Meta Stock บางจุดที่มันตอบโจทย์ในใจผมไม่ได้ หาแล้วหาอีก จนกระทั่งมาเจอ Amibroker นีแหละ แรกเริ่มก็หา Load ตัว Crack เขามาลองเล่นก่อน เล่นได้ 1 อาทิตย์มั้ง ก็จะติดสงกรานต์พอดี ...ไม่ได้ไปไหน เลยตัดสินใจสั่งซ์้อตัวจริงจาก WEB Amibroker เขาเลย พร้อมสั่ง Amiquote มาด้วยเลย ตอนนั้นคิดไรก็ไม่รุ้ อยากได้ อยากลอง แล้วก็นั่งลองผิดถูกช่วงสงกรานต์ จากนั้นต่อมา พฤษภาคม ก็เลยมาชวนน้อง @หุ้นพาไป ซึ่งพื้นฐานน้องเป็นโปรแกรมเมอร์ขั้นเทพอยู่แล้ว 

     น้องสอนและพาทำอยู่ 1-2 อาทิตย์ ทั้งระหว่างงานและหลังเลิกงาน มั่วกันอยู่ 2 คน เสาร์ทิตย์ก็ไม่หยุด ยังเม่ากันได้ตลอด จนมีวันหนึ่งผม เอ่ยปากด้วยความท้อแท้บอกว่า...มันยากเกินม๋อง ผมจะรับได้ เลยบอกน้องว่าไม่เอาแหละไม่เรียนแหละ เอาเป็นว่าถ้าพี่อยากได้อะไรแบบไหน เดะให้น้องเขียนให้...5555 ทางลัด ..แล้วน้องชายผมก็บอกว่า พี่ต้องเรียน พี่ต้องรู้ เพราะเวลาพี่คิด พี่ปรับ พี่แต่ง พี่จะได้ทำเอง จะได้เข้าใจ ค่อย ๆ ไป ...แล้วน้องก็สอนต่อ ผมก็จำต้องเรียนและลองต่อไปเรื่อยๆ น้องมันก็พยายาม สอน พยายามแนะวิธีคิด เขียน .... จากวันนั้นถึงวันนี้ ...ผมค๊อดจะดีใจเลย 

     วันนี้ผมสามารถเขียนบางสิ่งบางอย่าง ตาม idea ผมคิด ปรับแต่ง แก้ไข หรือเอาของ ฝาหรั่งมาปรับ แต่ง แก้ เลือก เอาเฉพาะที่ต้องการ และที่แน่ๆ มันทำให้ผมมี logic การคิด การวางแผน และได้เห็นไรที่หลากหลาย มากยิ่งขึ้น เพราะเขามี Social ของคนที่เรียน และพัฒนา Amibroker ของฝรั่ง เขามาแลก มาแชร์ ผมก็ต้องเอาสิ่งที่ผมคิดไปแลกกะเขา ไม่งั้นเขาก็ไม่ให้อันแจ่ม ๆ มา 

     อันนี้ผลงานล่าสุด เขียนระบบ Scan หุ้นตามเงื่อนไขต่างๆ แต่เน้นหุ้นไทย พร้อมให้ส่งเสียงพูด แจ้งเตือนตามเงื่อนไข ในแบบ Day,Week,Month และสร้าง Model อีก 2-3 Model ใส่ พร้อมเงื่อนไขการ scan และจะดัดแปลงไปใช้กับ FOREX ต่อ 
     ทั้งหมดเลยที่ว่ามา ได้เล่าให้น้องฟังวันนี้ และขอบคุณน้องชายมากมายที่พยายามบังคับให้พี่เรียน...ตอนนี้รอน้องมันปิดงานอีก 1 เดือน....เราจะมาร่วมกัน เขียน MQL4 เพื่อเล่น Model กะ FOREX .... 

รอ....และรอ  


+++ ยิ่งเรียน ยิ่งหา ยิ่งสนุก ตื่นเต้น ... แต่จะได้หรือเสีย เดี้ยงหรือเปล่า...ไม่รู้ นั่นนะ เรื่องอนาคต


     เผื่อท่านไหนสนใจนะครับ เป็นเรื่องของ Products ทางการเงินอีกหลากหลาย ทั้ง Forex, Option Forex, CFDs ทั้ง Stock, Indices , Stock และอื่นๆ อีกมากมาย หลากหลายประเทศ ผมก็กำลังศึกษาอยู่ ได้ความรู้และคำแนะนำจาก พี่หมอ สัจจะ แต่มองว่ามันเป็นอะไรที่ถ้าเราเลือกทางนี้แล้ว ยังไงก็คงต้องศึกษา เรียนรู้ เพราะตอนนี้โลกมันเปิดกว้างมาก 10 ปีทีแล้ว จะเทรดหุ้นต้องไปที่ broker วันนี้เราเทรดผ่านเน็ต...อีกหน่อยก็ไม่ต่างกันครับ แต่มันยากตรงที่ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ สำหรับบ้านเรายังหาคนชำนาญแล้วสอนยากมาก ผมก็งมอยู่นานแหละ http://www.cornertrader.ch/ch/html/de/index.htmlทดลองเล่น demo ฝีกเรียนรู้กันได้ครับ

     http://www.cornertrader.ch/ch/html/de/index.html     จากคำแนะนำของพี่หมอ ได้ลองมา 2-3 ที่แล้ว แต่มาติดใจที่นี่แหละ แจ่มมาก มีหลากหลาย Products และมีความน่าเชื่อถือสูงเลย เป็นของ Bank แต่ระดับม๋องเรายังไม่ถึงอ่ะดิ๊ ...น่าห่วง ...แต่ตั้งใจแหละ ค้นไปค้นมาเจอนี่เลย Manual คับ....ตั้งเป้าเลยอีก 2-3 ปี จะต้องเข้าใจ และอยู่กับ Products พวกนี้ให้ได้อย่างมีความสุข ... 



วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ สำหรับคำนวณหาพวกค่า New High , New Low (Amibroker)

/* get the highest high from last 52 weeks */
HighLast52week = LastValue( HHV( High, 5 * 52 ) );

/* now find the bar when this happened */
HighLast52bar = HighLast52week == High;

/* find the lowest low since then */
LowSinceLast52High = LastValue( LowestSince( HighLast52bar, Low ) );

/* dividing close by lowest low will give strength */
Strength = Close / LowSinceLast52High;

/* the detection threshold, here we filter out the stocks that closed less than 10% over the low - this might be used to get only the top 8 */
Threshold = 1.1;

/* a buy is generated when current bar is after the 52 week high, Strength is above threshold and close crossed above moving average */
Buy = Cum( 1 ) > HighLast52Bar AND Strength > Threshold AND Cross( Close , EMA( Close, 28 * 5 ) );

/* find the number of bars since last two consecutive highs */
Us = BarsSince( ( H > Ref( H,-1 ) ) AND (Ref(H,-1) > Ref(H,-2) ) );

/* find the number of bars since last two consecutive lows */
Ds = BarsSince( ( L < Ref( L,-1 ) ) AND ( Ref( L, -1) < Ref( L, - 2 ) ) );

/* outside bar is reached then it is treated in the opposite way to the next bar.*/
Sd1 =IIf( Us==0, IIf( Ref(L,-1) != LowestSince( Ds==0, L ), 1, 0),
IIf( Ds==0, IIf( Ref(H,-1) != HighestSince( Us==0, H ), -1, 0),
0));
Sd2 = IIf( Sd1 == 1, IIf( Ref( BarsSince(Sd1==1), -1) > Ref( BarsSince( Sd1 == -1), -1), 1, 0),
IIf( Sd1 == -1, IIf( Ref( BarsSince(Sd1==1),-1) < Ref( BarsSince( Sd1 == -1),-1), -1, 0), 0 ) );

Graph0 = ValueWhen( Sd2, Sd2 ); /* sample and hold non-zero values */

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ หลงบ่อยดีนัก เอาไว้นี่แหละ Foreign Index, Foreign Exchange และ Foreign Commodities ของ Efinance

ความหมายของตัวย่อในส่วนของ Foreign Index

1.DJIA คือ ดัชนีดาวน์โจนส์ของ อเมริกา
2.IXIC คือ ดัชนีบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี ของ อเมริกา
3.SP500 คือ ดัชนีบริษัทชั้นนำจาก the Standard and Poors 500 บริษัท ของ อเมริกา
4.CAC คือ ดัชนีของประเทศฝรั่งเศส
5.DAX คือ ดัชนีแดกซ์ของประเทศเยอรมัน
6.FTSE  คือ ดัชนีฟุตซีของประเทศอังกฤษ
7.AOIS คือ ดัชนีอลลออร์ดิแนรีของออสเตรเลีย
8.BSESN คือ ดัชนีเซนเซกซ์ของอินเดีย
9.HSKI คือ ดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกง
10.JKSE คือ ดัชนีจากาตา ของ อินโดนีเซีย
11.KOSPI คือ ดัชนีคอสปี ของเกาหลีใต้
12.NIX คือ นิกเกอิ ของญี่ปุ่น
13.NZSE คือ ดัชนีประเทศนิวซีแลนด์
14.PHCOMP คือ ดัชนีของฟิลิปปินส์
15.SHI  คือ ดัชนีเซี่ยงไฮ้ ของ จีน
16.STI คือ ดัชนีสเตรทส์ไทมส์ ของสิงคโปร์
17.TWII คือ ดัชนีไทเอกซ์ ของไตหวัน

ความหมายของตัวย่อในส่วนของ Foreign Exchange

1.Baht คือ เงินบาทของไทย
2.AUS คือ เงินของออสเตรเลีย
3.EURO คือ เงินยูโร
4.PESO คือ เงินของฟิลิปปินส์
5.HK คือ เงินของฮ่องกง
6.Pound คือ เงินของอังกฤษ
7.Ring คือ เงินของมาเลเซีย
8.RPH คือ เงินของอินโดนีเซีย
9.SING คือ เงินของสิงคโปร์
10.TW คือ เงินของไต้หวัน
11.US คือ เงินของอเมริกา
12.WON คือ เงินของเกาหลีใต้
13.YEN คือ เงินของญี่ปุ่น
14.SWiSS คือ เงินของสวิตเซอร์แลนด์

หมายเหตุ : ค่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศเป็นการอ้างอิงจากตลาดที่ซื้อขายเงินกันดังนั้นจะเป็นคนละค่ากับที่นักลงทุนพบเห็นตามธนาคาร
หรือธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งมีข้อดีในการวิเคราะห์มากกว่าเพราะเป็นค่าที่สะท้อนของความจริงโดยไม่ถูกแทรกแซง และเป็นข้อมูลเรียลไทม์ด้วย

ความหมายของตัวย่อในส่วนของ Foreign Commodities

1. BDI คือ ค่าระวางเรือ มีผลต่อรายได้ของกลุ่มเดินเรือ
2. GOLDPRICE คือ ราคาทองคำอ้างอิงตลาดอเมริกา มีผลต่อการลงทุนใน Gold Futures
3. NYMEX คือ ราคาน้ำมันดิบ อ้างอิงตลาดอเมริกา มีผลต่อบริษัทในกลุ่มพลังงานมากหน่อย
4. SILVER คือ ราคาโลหะเงิน อ้างอิงตลาดอเมริกา

หมายเหตุ : ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นราคาแบบ ณ สิ้นวัน ไม่เรียลไทม์

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ วิกฤตการเงินของไทยปี 40 เรียนรู้จากอดีต

     พอดีค้นไปค้นมาไปเจอ presentation ชุดนี้ อ่านแล้วเจ๋งดี ขอเก็บไว้หน่อยละกัน (Click ที่ภาพเพื่อดู Slide ทั้งหมด)

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ รอบนี้เป็นรอบที่ 2 ที่ต้องกลับมาอ่านมันอีก .... ยังไงก็จะต้องทำให้ได้ ทำให้เป็นแหละว่ะ


    จากที่ได้ทดลองศึกษา รวมถึงจ้างคนทำแล้ว เท่าที่ดู เราคงต้องเข้าใจและสามารถปรับแต่งได้เองด้วยแหละ ไม่งั้นคงไม่ยืดหยุ่น เพราะจากที่สังเกตุ และลองคิด model และมองไปอีก 2-3 ปีหรืออีกยาว มันจะมีความสลับซับซ้อนในการคิด คาดว่าต่อไปตัวเราเองก็คงมีความต้องการที่เพิ่ม มากขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนที่ผ่าน ๆ มาจากการศึกษาหลากหลายอย่าง ...ทางเลือกเดียว อย่างน้อยต้องแก้ไขเป็น สร้างใหม่ไม่ได้ไม่เป็นไร แก้ไข ปรับแต่งให้ตอบโจทย์ ตัวเองได้เป็นพอ อันไหนทำยาก ทำไม่เป็น ค่อยไปจ้างคนเก่ง ๆ เขาพัฒนาให้ .... ลุยยยยยยยยยยย

นี่เลยวันนี้ จัดมาได้ครึ่งทางแหละ เอาส่วนสำคัญ ๆ เก็บไว้หน่อย
https://www.dropbox.com/sh/mqulnsu3aym9afn/Yt4Mlm5Kjc   

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ถ้า.... หลังคำ ๆ นี้มีไรอีกเยอะ

ถ้า....ฝากธนาคาร = x%
ถ้า....เล่นหุ้นคาดหวังกำไร = a %
ถ้า....เงินเฟ้อ = b%

      ถ้า....คนเล่นหุ้นแบบรายย่อย เม่า ๆ (อาจจะ) มี 2 ประเภท แนวนี้ คือ

1.มีเงินเก็บต้องการสร้างรายได้เพิ่มกับเงินที่เก็บ กับ หาเงินมาเล่น หรือคนที่มีเงิน และมองหาช่องทางการลงทุน แล้วมีคนเชียร์ ... ...ทำไงดีว่ะ ให้เพื่อนยืม แม่งเสี่ยง ฝาก bank ไม่ชนะเงินเฟ้อ...

อีกประเภท

2.ถ้า....มีเงิน แต่ไม่ได้ขนาด หรือชีวิตที่จะมีเงินเก็บขนาดนั้น แต่คาดหวัง เพ้อ และฝัน ...size ข้างบน คือ ok ตรูเก็บได้ แต่อยากได้มากกว่าที่เป็น ฝาก bank ได้ x% ต่อปี แต่ถ้ามาเล่นหุ้น หวังได้ xx% แม่มเพิ่มมาก 2 หลัก

หลักการ เงินวันนี้ ...ค่าเท่านี้ วันหน้า มันไม่ได้เท่านี้นะสิ แล้วทำไง อย่าถามหาสูตร """ ค้นเฮียกู..ง่ายเลย

     ดังนั้น ลองมาเรียนแล้วเปลี่ยนมุมมอง คนเทรดหุ้นบ้านเราชอบคำที่คน post แล้วถูกใจ ...แน่นอน มันอาจจะ..อาจจะไม่ถูกต้อง เพราะสิง่ที่คนอยากให้มันถูกต้องคือ ฉันต้องได้เงินได้กำไร แต่พอฉันพลาด มีคนมา post ถูกใจ ...ฉันชอบ ...

     ผมชอบ page พีคนหนึ่ง คน like แกเยอะ แต่แกก็มีแนวของแก แต่สิ่งที่แกพูด มัน logic ธรรมดามาก แต่มันโดน แจ่มคับพี่ ขอบคุณพี่มากเลยที่ยังคอยแบบ ช่วยย้ำเตือนจุดคิดให้คนบ้านเรา คนที่จะเข้าตลาดแล้วมาเทรด หุ้นใด้..ส่วนใหญ่ ไม่ธรรมดาครับ เก่ง สำเร็จ Success จากธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่ หรือหน้าที่การงาน อาชีพ ผมก็คนหนึ่ง แต่ที่ธรรมดาคือ..ส่วนใหญ่ยึดติด ego ของตัวเอง โดยเฉพาะจากธุรกิจ หรือความเชี่ยวชาญที่ตัวเองมีอยู่.... ผมก็เป็น
      เคยตั้งคำถามไหมครับ ...ว่ากำไรที่เราซื้อหุ้นตอนได้ ...เราได้มาจากเงินของใคร แล้วเวลาที่หุ้นตกเอ้า ตกเอา...ใครซื้อว่ะ แล้วใครได้ใครเสีย แล้ว จบเกมส์ แต่ละรอบ ...ใครได้ตังค์ว่ะ
เพราะ คำสั่งจะ match ก็ต่อเมือ่... มีคนขายและมีคนซื้อ เว้น DW นะ 5555 ""จริง ๆ dw ก็มีคนซื้อแหละน่า.

+++ ประสบการณ์จากเพื่อน (น้อง) ร่วมทาง ..


     คุยกะน้องคนหนึ่งผ่าน facebook นี่แหละ น้องเก่งมาก อายุ 25 ตั้งใจศึกษา หาความรู้มาก ผมกะน้องก็ไม่น่าจะเทรด style เหมือนกัน แต่เราคุยกันได้ น้องมาถามเรื่อ่ง Amibroker ซึ่งผมก็ตอบไม่ได้ นี่ขนาดเล่นมาซ่ะพรุ่น เลยให้ไปหา อาจารย์ผม @หุ้นพาไป ซึ่งโดนจองจำให้ทำงานอยู่ ... และได้ ได้แลกเปลี่ยนคุยกัน และผมได้ตอบไรบางอย่าง และได้ฟัง ได้เรียนจากแนวคิดน้อง เลยเอามาแชร์ สำหรับผมตอนนี้นะ ผมว่า...ผมให้น้ำหนักแต่ละด้าน ในเรื่องของการลงทุนต่าง ๆ ตามแนวคิดผมเอง ไว้ดังนี้ (วันหน้าผมก็พร้อมเปลี่ยนถ้ามันไม่ใช่) 



  • Fundamental=10% 
  • Technical 15% 
  • Mindset 25%
  • Money management 25% 
  • Experience 25%


     Fundamental=10% อาจจะงง ...ทำไมน้อยจัง ผมอาจจะไม่ใช่สาย VI เพราะตามหลักการเงิน ระยะเวลาที่มากเกินไปคือความเสี่ยง (วันนั้นผมตั้งใจเรียน Financial ผมจำได้ แหละเห็นด้วย) เพราะการคาดเดาอนาคต ...ที่ยาวเกินไป คือความเสี่ยง...คิดว่าคนที่ผ่านหุ้นช่วงนี้น่าจะพอเข้าใจ ผมเชื่อเรื่อง Money Game มากกว่า VI,Technical ครับ .... คุณว่า VI ตอน set=200, 900, 1600 คุณว่าใคร vi จริง 

     แชร์...ผมจะเข้าตลาด Forex ผมอ่าน ศึกษา อ่านมากกว่า 2000 หน้า ทั้งไทย eng และทำ Slide Forex 3XX Slide เก็บไว้ทวน กว่า 200 slide เป็นเรื่อง Fundamental """ เฟดเฟ่... ถ้าแบบนี้... ได้ถึงพันแน่ ๆ .. อย่างน้อยผมก็เก็บไว้ให้ลูกผมอ่านได้แหละผมว่า .. ส่วนตัว นี่คือการลงทุนให้ลูก มากกว่าการซื้อหุ้นที่คาดหวังอนาคต ซึ่งมันอาจจะ..ไม่ใช่..และเชื่อไหม 90% ที่ซ์้อหุ้นแนวนี้ให้ลูก ...ไม่มีใครมาแชร์ว่าเจ้ง ส่วนทีมาแชร์ 10% """ ผมเคยอ่าน ซื้อหุ้น ปูน x บาท วันนี่ xxx บาท ..วันนี้คุณมั่นใจแล้วร๋อ ว่าซื้อหุ้นให้ลูกได้ถูกตัวแล้ว หุ้นมี 6xx ตัวที่ active ... ไรที่บอกคุณว่า ไอ้ตัวนั้น มันจะ X คูณ สาม 

     ผมเชื่อในเรื่องความรู้ และประสบการณ์...มาก ความรู้หาได้ง่าย ๆ ในโลกของลุงกู (Google ) แต่ ประสบการณ์ บางอย่างเรียนจากคนอื่นได้ และบางอย่าง..ควรสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียน มาจากระบบ การศึกษาของประเทศไทย เหมือนกันคับ แฮ่ๆ

+++ หลังจากลองมาหลายกระบวนท่า...สรุปกลับมาที่เดิม.. Back to the Basic


     หลังจากได้ indicator ใหม่ ...มาหลายเพ..ลา... เม่าก็ลองผิด ลองถูก ลองฝึก ตาม indicator ต่าง ๆ ไม่รวมที่ load มาลองอีกเพียบ แจ่มดี.... วิธ๊คิดซับซ้อนโคตร...แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สถิติการเทรด จากเดิมที่ ชนะ และทำกำไรได้ตลอด กับพังไม่เป็นท่า ปรับแล้วปรับอีก ใส่ indicator ตั้วนั้น ตัดตัวนี้ ...แต่ท้ายสุด logic ในหัวเรารวน.....

     เลย back to the basic กลับมา เอามันแต่นี้ HH, LL, LH, HL กะ stock, ADX,Fibo แต่เอา Heiken Ashi มา ต้องกันแนวไว้หน่อย เพราะมันดูได้หลาย time frame ".... แค่กลับมา เกมส์ใน port ก็เปลี่ยน และอย่างหนึ่งที่รู้สึกคือ ... ปล่อย let profit run ได้ 


     ปิด order ให้ตรูด้วยอ่ะ ... ตั้งเผื่อไว้รอ adx คิดว่าลากไปไว้ไกลแหละนะ....มันมาไม้เดียวเลย .... เคร ... สรุป ไม่ต้องเวอร์แหละตรู กลับมา เล่นมัน แค่นี้แหละ 


     มันเป็นกลไลอย่างหนึ่งของ จิตวิทยาจริง ๆ หลังเราขายได้ มันจะไปต่อ ....แม้จะเข้าใจว่า ...ไม่มีใครซื้อได้ต่ำสุด และขายได้สูงสุดทุกรอบ  ... แต่อ่ะนะ ...งั้น ต้องลงโทษตัวเองที่ไป บ้ากะรูปลักษณ์ภายนอก ฝึกใหม่....แสรดดดดด กลับฐาน

...ง่ะ พอย่อกราฟ...เห็นเลย Pivot ที่เอามาแผงไว้ 


วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ อย่างน้อย คาดว่าน่าจะสักครึ่งทางแหละ กับการเรียนรู้ และสรุปความรู้เกี่ยวกับ FOREX และถือเป็นการทวนส่วนของ Technical อีกรอบไปในตัว

     บันทึกไว้หน่อย จากวันแรกที่เริ่มสนใจ FOREX เมื่อกลางเดือน สิงหาคม 2556 และหลังจากได้ลองกับตลาดจริง เสียจริง โดน Stop Out จริงๆ ทำให้กลับมาสนใจ และศึกษาทั้งเรื่อง Fundamental + Technical อีกรอบ และทำการจัดเก็บ แยกส่วนไว้ทวนย้อนหลัง 1 อาทิตย์กว่าๆ จัดมาได้แล้ว 3xx slide ยังต้องไปต่ออีกพอควร .... 


+++ ผมอยากประสบความสำเร็จ จึงต้อง ฝึก ฝึก ฝึก และฝึก...นี่คือบันทึกจากวันแรกที่กลับมาเทรด จนถึง 8-Sep-2013

     
ในเมื่อความสำเร็จ ไม่มีเป็น package สำเร็จรูปแพคขาย อยากได้ ก็ต้องพยายามกันหน่อย...

     ผมศึกษา และพัฒนา ระบบการเทรดหุ้นมาปีกว่าๆ และผมรู้สึกได้เลยว่าผมมีความสุข สนุกกับมันมาก ผมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้านนี้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ความรู้ต่างๆ ที่ผมได้ลงมือศึกษา ทดลอง  ทำให้ผมรอด และปลอดภัยจากตลาดที่ผันผวนแต่ละช่วงได้เสมอ และผมตั้งใจที่จะผันตัวเองเข้าสู่การเทรดเป็นอาชีพ...หรือ Trade for Living
  • จากมกราคมปีที่แล้ว 2012 ผมซื้อหนังสือเกี่ยวกับหุ้น และอ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ้นและการลงทุน มามากกว่า 100 เล่ม มี ebook ที่ load มาจากเน็ตอีกหลาย 10 เล่ม ..อ่านจนหมด บางเล่มชอบอ่าน 2 รอบก็มี ...และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • ช่วงของการกลับเข้ามาเทรด ช่วงแรกๆ (ก่อนนั้นผมเริ่มเทรดตอนปี 38 และต่อมาปี 39 ก่อนออกจากตลาดในปี 40 ด้วยความบอมช้ำ) ปีที่แล้ว 2012 เสาร์ อาทิตย์ กว่า 4-5 เดือน ผมเข้าอบรม เรียน สัมมนา ฟังกูรู พูด เสียเงินเรียนไปเยอะพอสมควร จนผมคิดว่า พื้นฐานต่างๆ ที่แต่ละทีสอนนั้น เริ่มจะคล้าย เหมือน ไม่แตกต่าง ทำให้ผมคิดว่าผมผ่านพื้นฐานหมดแหละ ต่อมาคือการต่อยอด ผมเริ่มศึกษาเองจาก internet
  • ผมสั่งซ์้อ DVD ของใครก็ไม่รู้จาก Net มีการสอน Technical เกือบ 72 ตอน สอนแทบจะทุกส่วนของตัวหลัก ๆ มันใช้ได้เลยแหละ และผมฟังมาแล้ว 2 รอบ รอบแรกตอนได้มา แหละอีกรอบ หลังจากทดลองใช้มาแล้ว 3-4 เดือนเพื่อเป็นการทวน 
  • ผม load video, mp3 จาก internet ที่มีการแชร์ สอน เรื่องหุ้น มาทำ DVD ใส่รถไว้ฟังเวลาที่ผมขับรถ
    ไปประชุมหรือไปไหนมาไหน แต่ผมจะเลือกเฉพาะที่แบบไม่ต้องใช้สายตามองจอก็พอฟังได้ เช่นรายการสัมภาษณ์แขกรับเชิญต่างๆ ส่วนพวกที่ต้องดูหน้าจอด้วย เช่นการสอนเชิงวิเคราะห์ เชิงเทคนิค ผมจะ Load ใส่ iPad, iPhone สำหรับฟังตอนหลังเลิกงาน บางวันผมฟังตั้งแต่ 6 โมงยัน 4 ทุ่ม หลับคาเครื่องก็ยังมี.......และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • ถ้าเป็นพวก pdf, ppt ผมจะเอาใส่ www.dropbox.com เพื่อไว้เปิดผ่านมือถือ หรือ tablet อ่าน เวลาที่ต้องนั่งรอไรนานๆ และเวลาอ่านหน้าไหนที่ผมสนใจต้องการเก็บ note ภาพไว้ผมก็จะกด print screen และภาพมันจะ upload auto จากมือถือ หรือ tablet เข้า Dropbox .......และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ

สำหรับมุมมองด้าน เทคนิค และเรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ มาช่วย

  • ผมเริ่มกลับมาเทรดอีกครั้ง โดยการใช้ระบบโปรแกรม e-finance และคงด้วยผมเป็นคนชอบเล่น program คอมพิวเตอร์เป็นทุนเดิม ทำให้ผมสามารถใช้โปรแกรมตัวนี้ได้แบบลึกพอสมควร แต่ใช้ไป 4-5 เดือนผมเริ่มมีความต้องการมากขึ้น 
  • ผมเลยเข้าศึกษา Meta Stock เพื่อเขียนโปรแกรมสำหรับใช้ในการ เทรด และศึกษาจนสามารถทำตามแนวคิดใหม่ๆ ได้หลากหลาย ใช้เวลาไป 3-4 เดือน ...ความต้องการด้านโปรแกรมผมก็มีมากขึ้น ทำให้ผมมองหาโปรแกรมใหม่เพื่อมาตอบโจทย์ ผมลงทุนแม้กระทั่งการซื้อสูตรของฝรั่งเขามาทดลอง ทดสอบดูว่าเขาคิดอะไร เขียนอะไร ยังไง เพราะอะไร แต่ส่วนใหญ่ ...ทั่วไป ไม่ตอบโจทย์แนวคิด หรือ model ที่ผมอยากได้
  • และผมก็ได้มาเจอ Amibroker ซึ่งผมศึกษาและพัฒนาระบบต่างๆ มากว่า 4-5 เดือนแล้ว โดยได้น้องชายที่ร่วมทุกร่วมสุขกันมายาวนานนี่แหละ มาเป็นอาจารย์สอนความรู้ แนวคิดด้านการเขียนโปรแกรมต่างๆ ร่วมกัน จนตอนนี้ผมสามารถเขียน model ต่างๆ ได้เอง และก็เหมือนเดิม ...และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • และล่าสุด ผมได้ศึกษาโปรแกรมเพิ่มอีกตัวคือ Advanced Get เพราะผมสนใจในเรื่อง Elliot wave แต่ตัวนี้ไม่ยาก ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ผมก็สามารถที่จะใช้เครื่องมือตัวนี้ในการอ่าน หรือคาดการณ์ไรบางอย่างได้ 
     สำหรับด้าน Fundamental โชคดีผมได้เรียนต่อคณะบริหารและการจัดการตอนเรียนต่อ ป.โท ซึ่งมีทั้งวิชาบัญชี และ Finance และสถิติให้เรียน และโดยส่วนตัวแล้วก็ต้องดูธุรกิจของตัวเองอีก 2 บริษัท ก็เลยจำเป็นที่จะต้องดู และผมมองว่ามันจำเป็น หลายๆ งานที่ผมเป็นที่ปรึกษาให้ ผมก็ต้องดูเรื่องงบการเงิน แต่ก็ไม่ได้ advanced พอที่จะดูเรื่องการแต่งบัญชีไรได้ ผมก็ดูแบบผู้บริหารทั่วไป แต่บางจุดก็พอจะคาดเดาไรได้บ้างตามประสา 
  • ตอนนี้ ..หลังจากหุ้นไทย ดิ่งลงมา..ผมก็ออกตามระบบของผม ตอนแรกก็ยัง งงๆ ว่าจะไปยังไงต่อดี มาลองเล่น TFEX ดูอยู่พักหนึ่ง รู้สึกไม่ชอบ เหมือนเกมส์ที่ไม่แฟร์ ระหว่างผู้เล่น 2 ฝ่าย และขนาดสัญญาที่มีความเสี่ยงสำหรับเม่า ๆ มาก ถ้าผิดทางก็เจ็บ ถูกก็พอได้ แต่ตลาดผันผวนมาก ทำให้ผมคิดว่ามันเสี่ยงเกินที่จะเข้าไปเล่นเพื่อให้ได้กำไรจากตลาด TFEX ในช่วงนั้น ทางออกผมเลยมองไปที่ Option เพราะมีคนชวนมาหลายรอบแหละ ก็เลยบองศึกษาและลองหัดเล่นกับระบบของต่างประเทศอยู่ 2-3 เดือน ซึ่งต้องบอกว่า ความรู้ด้าน Option ที่เป็นภาษาไทยหายากมาก ผมมาถึงบางอ้อ ตอนได้ฟัง VDO ของ TSI-Thailand ก็พอจะทำให้เข้าในในบางเรื่องได้บ้าง แต่พอไป Trade Option จริง ๆ ก็ยังไม่เครียเท่าที่ควร ส่วนใหญ่ก็จะ Chat ถามเขาเลย ภาษาอังกฤษผมก็แย่ แต่ก็ไม่สนใจแหละ ลุย จนท้ายสุดจับประเด็นและเริ่มเข้าใจพื้นฐาน ผมตัดสินใจเปิด Port ของต่างประเทศไปก่อนหน้านั้นแล้วกับ OptionExpress.com  แต่ยังไม่ได้โอนเงินจริงไป ...เพราะบอกตัวเองว่าจะต้องเทรดให้ได้เงินมากกว่าในเกมส์เกิน 2 เท่าก่อนถึงจะลงเงินจริง
  • ระหว่างที่กำลังฝีกหัดอยู่นั้น ก็มีคนมาชวนให้ลองหัดเล่น FOREX ซึ่งสำหรับผม มีทัศนคติที่ไม่ดีกับคำนี้ คงเพราะได้ยิน ถูกสอน ถูกบอก มาจากคนอื่น ว่ามันเสี่ยง มันไม่ดี มันโกงกัน และผมก็จำใส่สมองไว้แบบนั้น จนวันนี้....ผมถามตัวเองว่า ทำไมยังมีคนเล่นเยอะ ...ว่าแล้วผมก็เริ่มอ่าน และอ่าน ศึกษา และศึกษา อ่านไปเยอะมาก ฟัง VDO จาก youtube.com ทั้งของไทย ฝรั่ง สั่งซื้อ DVD สอน เสียเงินอีกหมื่น นั่งฟังจนจบ แต่ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง หัวใจหรือประเด็นสำคัญไม่กระจ่าง ว่าแล้วผมก็ลองเปิด Demo เทรด แบบงง ๆ ผมหัดเทรดได้ 3 วัน port ที่หัด กำไรโตจากเดิม 200% ....ผมตกใจเห้ยไรกัน มันจะง่ายขนาดนั้นร๋อ (ผมใช้ความรู้ด้านเทคนิคที่มีอยู่เข้าไปเทรด)  จากนั้นผมไม่เชื่อ...ผมลองใหม่อีก รอบ คราวนี้ใช้เวลามากกว่าเดิม เพราะมีพลาด ...ผมใช้เวลา 5-7 วัน ทำกำไรจากเดิมโตได้ 200% อีก... ทำให้เกิดความหึกเหิม ...ว่าแล้วผมเลยตัดสินใจ เปิด port จริง...แล้วก็โอนเงินจริงเข้าไปบางส่วน เพื่อจะได้ลองของจริง ...ก้อนแรกลงไปแหละ หลักหมื่นเหมือนกัน...ผมใช้เวลาแค่ 2 วัน....หมดเลยครับ เกลี้ยงเลย โดน STOP OUT เพราะไม่เข้าใจคำว่า LOT และ Money Management แหละหลังการเสียหาย ทำให้ผมถอนกลับมาใหม่....คราวนี้ ผมเปลี่ยนขั่วเลย ... อ่าน อ่าน อ่าน และอ่าน ศึกษา และเก็บความรู้เป็น ข้อสรุปใส่ Power Point ไว้ ตอนนี้ทำมาได้กว่า 300 หน้าแล้ว .... ทำให้ผมได้เริ่มเข้าใจ ไรมากขึ้น และระหว่างนี้ก็ทดลองกับ Demo ต่อ ....ซึ่งการเล่น Demo รอบนี้ เป็นการทดสอบตาม Model ทุกอย่างที่ผมอ่านเจอ แล้วคิด ผมจะทำเป็น Model สรุปและลองเทรดตาม Model ซึ่งมันไม่เคยหวือหวาเหมือน Demo 2 ครั้งแรกเลย  เพราะความรู้ ความเข้าใจใน LOT และ Money Management ทำให้เราเห็นภาพ และเข้าใจไรอีกหลายอย่าง ตอนนี้ผมจ้างน้องคนหนึ่งลองเขียน Program ตามแนวคิด Model ที่ผมคิดหรือออกแบบเอง 
  • waiting for update 
.....มาถึงแค่นี้ก่อน เดะมาเล่าสรุปไว้ให้ตัวเองได้อ่านทวนอีกรอบ