Credit form : kitty63 http://2g.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8515262/I8515262.html
ภาวะการขัดแย้ง ( Divergence ) ของราคากับ Indicators หากแยกออกตามผลที่เกิดขึ้น หลังจากเกิดภาวะ Divergence เราแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. Classic Divergence หรือ Regular Divergence รูปแบบนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ราคาจะต้องมีการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับ Indicators ที่ขัดแย้งเสมอ อย่างน้อยต้องช่วงระยะเวลาหนึ่ง ( Reversal of Price )
2. Hidden Divergence เป็นการขัดแย้งของราคาและ Indicators เช่นเดียวกันกับ Classic Divergence แต่วิธีการพิจารณาจะแตกต่างกัน การเกิด Divergence ชนิดนี้เมื่อเกิดแล้ว จะทำให้ราคาวิ่งไปตามแนวโน้มเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หรือเป็นลักษณะ Continuous pattern นั่นเอง
โดยทั่วไปเรามักพบการแสดงความเห็นเรื่อง Divergence ทั่วไป จะเป็นในลักษณะของ Classic Divergence ในข้อ 1 แต่มักไม่ค่อยพบการพิจารณาเรื่อง Hidden Divergence กันบ่อยนัก อาจเพราะไม่ทราบความแตกต่าง ในวิธีการพิจารณา เลยนำมาใช้ไม่ได้ ทั้งๆที่ทั้งสองรูปแบบ ให้สัญญาณการเตือนที่ดี และน่าเชื่อถือพอสมควร
อ่านเพิ่มเติมแบบ Full Version http://2g.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8515262/I8515262.html
Credit from : http://patipatkan.blogspot.com/2011/05/divergence.html
Divergence แปลตรงตัวก็คือการขัดกัน ซึ่งหมายถึงแนวโน้มทิศทางของราคาขัดกันกับแนวโน้มของ indicator
Indicator ที่ใช้หา Divergence มีหลายตัว ที่นิยมใช้ก็คือ RSI, MACD หรือ Sto. Divergence นิยมมากเพราะไม่ค่อยพลาด(พลาดบ้างแต่ไม่บ่อย) ใช้ confirm แนวโน้มการเปลี่ยนของราคาได้ดีมาก มักเกิดขึ้นบ่อยเมื่อ wave 5 จะกลับตัวเป็น wave A หรือ wave C จะกลับตัวเป็น wave 1
วิธีจำ
Bullish divergence ดูท้องคลื่น Bearish divergence ดูยอดคลื่น
Divergence แบ่งเป็น
1. Divergence ธรรมดา ถ้าเกิดจะเป็นการ confirm การกลับตัว
2. Hidden divergence ถ้าเกิดจะเป็นการ confirm การไปต่อ
Divergence(กลับตัว)
1. Bullish divergence จะพบเมื่อกราฟเป็นขาลง ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่(Lower low) แต่ indicator กลับไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ หรือจุดต่ำสุดที่สูงกว่าเดิม(Higher low)
2. Bearish divergence จะพบเมื่อกราฟเป็นขาขึ้น ราคาทำจุดสูงสุดใหม่(Higher high) แต่ indicator กลับทำจุดสูงสุดใหม่ไม่ได้ หรือจุดสูงสุดต่ำกว่าเดิม(Lower high)
Hidden Divergence(ไปต่อ)
1. Hidden bullish divergence จะพบเมื่อกราฟเป็นขาขึ้น ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม(Higher low) แต่ indicator กลับไม่ทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น หรือทำจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่าเดิม(Lower low)
2. Hidden bearish divergence จะพบเมื่อกราฟเป็นขาลง ราคาทำยอดคลื่นต่ำลง(Lower high) แต่ indicator กลับทำยอดคลื่นสูงกว่าเดิม(Higher high)
วิธีสังเกตุ Divergence ที่ง่ายที่สุดคือต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เป็น trend อะไร และจำให้ได้ว่า Bullish ดูท้องคลื่น Bearish ดูยอดคลื่น เมื่อดูที่ราคาแล้วก็มาดูที่ indicator ถ้ามันขัดกันก็เกิด divergence แล้วค่อยมาดูว่ามันเป็น divergence แบบไหน
ข้อควรระวัง
Hidden divergence มักเกิดหลัง divergence ถ้าเห็น divergence แล้ว ราคากลับตัวมานิดเดียวแล้วกลับตัวไปตาม trend เดิมต่อ แบบนี้อาจเกิด hidden divergence ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น