วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ฝึกการใช้ Model ในการเทรด นับ 1 ใหม่อีกรอบ หลังจากได้ New Template

เป้าหมายคือต้องการฝึกอ่าน ใช้ Indicator ชุดใหม่ให้คล่อง เริ่มจากรอสัญญาณเสียงเรียก alert จาก Amibroker

เลือก EUR/USD เห็นกำลังขาลงมาพักแหละ รอ LH 2 จุด ลากผ่าน รอราคาข้าม...พอราคาข้าม เปิด Buy ตามจุด.... นิ่งไปสักัพก เส้นแนวรับ สีขาว ออกมา สร้างความเชื่อมั่นให้อีกหน่อยว่า ตรงนี้น่าจะเอาอยู่ 

ใช้ความถนัดเดิ่ม เปิดรอ ADX, Sto,RSI,FX5 MACD, confirm รอบเล็ก 

รอพักหนึ่ง...ตามคาดถูกทาง ลืมไป ตั้ง Stop Loss ไว้แหละ ถ้า -20% ของรอบ ทิ้งของ 
เช็ค Amibroker นิดหนึ่งว่าแนวขายแถวไหน


OK เอาอยู่ ปล่อย Let profit run 

สัญญาณหลาย ๆตัว บอกจะจบรอบแหละ แต่ ADX ยังแข็งแรงดี ....ทนต่อ 
เริ่มนิ่งต่อสู้กัน.... DI+ ดิงหัวลง...พอแหละ ออก ADX ก็นิ่ง ๆ 
และมีสัญญาณ Divergent 

     ปิด Order จบรอบ และยังคึก ตั้ง Sell รอ..และข้ามไปตั้ง Buy รอ ถ้ามันผ่าน HH ตัวนี้ไปได้ .และดัน Match ตัว Sell แต่พอ Match แล้ว ออก side way เลยตัดสินใจ stop loss แล้วรอ ...รอจน sideway ชัดเกิน เลยไปทำอย่างอื่นแหละ

ผิดทางที่วางไว้ Cut Loss ตามระบบ 




วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ iPanel อ้อ...มันเป็นแบบนี้นี่เอง รวมมิตร All in One Indicator ขั้นเทพ...แต่

     วันนี้น้องชาย @หุ้นพาไป ส่ง Indicator + Template ชุดหนึ่งสำหรับใช้เทรด Forex พอเปิดดูภาพก็เห็นตามนี้แหละ ตอนแรกก็เฉย ๆ เพราะเข้าใจว่า Indicator เยอะ มันก็แค่นั้น ดูยาก ตัดสินใจยาก และเราเองก็เห็นไรมาเยอะแหละ แต่.....

     หลังการติดตั้ง และเปิดออกมาดู แล้วชะแว๊บ...มองผ่าน ๆ ...แม่เจ้า อย่างตกใจ เฮ้ยไรกันเนี๊ยะ ดูง่ายไม่อยากแฮ่ะ.... มองแว๊บ ๆ ที่เห็นคือ Stoch,RSI,CCI,MACD,EMA1,EMA2 แบบ Multi Time Frame ที่บอกด้วยลูกศรว่ามัน Up, Down, Sideway up, Sideway down""" ในตารางกระจิ๊ดหนึ่ง แต่ดูง่ายค๊อด ๆ ตามภาพ แถมยังมีบอก สัดส่วน % Up, Down ให้เห็นว่าอันไหน ยังไง และมี ตัวหนังสือขนาดใหญ่ บอก ว่าขึ้นหรือลง แบบแข็งแรง หรือแบบเสี่ยง... บะเจ้า ... แจ่มว่ะ

เห็นดังนั้น ไม่รอช้า เข้า Google ค้นเลยว่าไรยังไง ได้ความมาว่า....อ้อ...แบบนี้นี่เอง 

What Indicators traders monitor with iPanel?

Stochastic 8, 3, 3 - iPanel shows position of 2 Stochastic lines %K and %D (on the screen shot above they would correspond to %K - red and D% - blue).
When red is above blue - iPanel will show a red arrow, sell.
When red is below blue - green arrow,  buy.

RSI 14 - When RSI reads above 50, it'll be an uptrend and a green arrow up, RSI below 50 - downtrend and the red arrow on iPanel pointing down.

CCI - (settings for CCI are unknown, unfortunately; my guess it might be 14 or 20.
Either way this doesn't prevent us from simply reading CCI signals on iPanel: green arrow up - buy. Red arrow down - sell.
On iPanel, CCI has a special status - it has an additional set of arrows - inclined up and inclined down arrows). These arrows have the following meaning:
Inclined arrow up (green) - CCI is against Selling.
Inclined arrow down (red) - CCI is against Buying.

MACD 12, 24, 6 - remember you can change indicator settings, on the screen shot I put MACD back to standard 12, 26, 9 settings.
MACD signals are the same as for Stochastic - simple lines crossover.
On standard MT4 MACD it'll be a crossover of MACD signal line (in red) and MACD histogram.

When MACD histogram is above zero and MACD signal line is hovering above the histogram - Sell.
When MACD histogram is above zero and MACD signal line is trading inside the histogram - Buy.

When MACD histogram is below zero and MACD signal line is hovering below the histogram - Buy.
When MACD histogram is below zero and MACD signal line is trading inside the histogram - Sell.

EMA1 - is a crossover signal from 2 MAs: 5 EMA and 8 EMA

5 EMA above 8 EMA - buy, opposite - sell.

EMA2 - is a crossover signal from 2 other MAs: 26 EMA and 52 EMA

26 EMA above 52 EMA - buy, opposite - sell

What time frames are displayed on iPanel?

That shouldn't create difficulties, we have: 4 hour, 1 hour, 30 min, 15 min, 5 min and 1 minute charts.

How to use iPanel Trend
iPanel Trend indicator speaks for itself, it suggests a current trend and tells how strong this trend is.
Unfortunately, it is unknown what formulas and indicators are involved in trend evaluation.


ต่อมามุมซ้ายบน จะมีบอก Spread ของราคาคู่เงิน แบบ RealTime เลย และมีนับถอยหลัง จำนวนเวลาที่เหลือ ก่อนที่จะขึ้น Bar ใหม่


     ตัวต่อมา COG หรือ Center of Gravity เลิศเลย ใช้บอกแนวโน้มในภาพ trend ใหญ่ว่าเป็นแนวโน้มไหน ของ TF ที่ดู ถ้ามันโค้งขึ้นเหมือนจานหงาย ก็แนวโน้มขาขึ้น และขอบ เขียว แดง บนและล่างสุดคือ แนวรับ ต้าน สำคัญของรอบ ส่วน เส้นประ ๆ ก็คือแนวจุดกลับตัว แต่น้ำหนักเบากว่าแดง เขียวเข็ม (มันคำนวณแบบ real time) แต่ทำให้เรามองแนวโน้มใน TF นั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น
อยากรู้ก็เหมือนเดิม ค้น Google ได้นี่มา http://codebase.mql4.com/7977


และเลิศเลอ เพอเฟค ด้วย การบอกแนวรับแนวต้านใหญ่ 

....ไว้แค่นี้ก่อน เดะมาต่อวันหลัง วันนี้เดี้ยงซ่ะแหละ ไม่ค่อยฉาบาย



ทิ้งไว้ตอนท้ายก่อนมา เขียนสรุปต่อ

     โดยส่วนตัวแล้ว การใช้ Indicator ที่เยอะผมว่าไม่ดี ไม่เห็นด้วย เราอาจจะคิดว่า indicator แต่ละตัว ทำหน้าที่แต่ละอย่าง....แล้วถ้าเราดันไปคิดว่า จะได้สัญญาณเข้า 100% แบบไม่พลาด ...ผมว่าผิดเลยนะ เคยมีคนถามว่า ถ้าอย่างให้ MACD 40%, RSI 30% STock 30%"..ก็  100% งั้นก็ ไม่พลาดสิ...บอกตงเลยครับ เละแน่ ๆ  Indicator แต่ละตัว ทำหน้าที่ต่างกันก็จริง แต่มันมีการแยกว่า อันไหน เป็น Oscillator, Momentum ตัวไหนบอกก่อน บอกหลัง บอกช้า บอกเร็ว ดังนั้น...ผิดแน่ๆ ถ้าเอามายำรวมกัน

     เวลาผมได้ไรมาผมก็จะลอง และผมจะจำลองเหมือนทุกอย่างมันจริง มันจัง .... อันนี้ เอาฮาตัวเองครับ แม่งเยอะนักใช่ไหม หมุนจอใส่เลย แต่สรุปแล้ว.... มันเยอะเกินอ่ะผมว่า

     จากประสบการณ์ เวลาเทรดจริง ผมจะพยายามใช้ Indicator ให้น้อยที่สุด ซับซ้อนน้อยที่สุด เพราะค่าต่างๆ ที่ ส่งออกมา เวลาเรามองด้วยตา ....ภาพพวกนั้นจะส่งเข้าสมอง และสมองเราจะมี ความรู้ พอมันบวกกัน การให้น้ำหนัก หรือสรุปข้อมูลเพื่อส่งออกมายังการ เข้าหรือออกของเรา....มันจะรวนถ้า Indicator เยอะ ...... สรุปชอบตัวไหน ถนัดตัวไหน ตัดใช้แค่ที่ทดลองใช้แล้วมันเข้ากับ การตัดสินใจเรา และไม่ต้องคิดว่าจะต้องถูกทุกรอบ แต่ขอให้เวลาที่ถูก ให้ได้กำไรเยอะ ๆ และเวลาเสีย ให้เสียน้อย ๆ  แค่นี้ก็เลิศแล้วครับ 













+++ เพิ่มเทคนิคการสั่ง order ให้ได้ราคาใกล้เคียงกับที่อยากได้ พร้อมคิดรูปแบบกลยุทธ์การวางแผนการส่งคำสั่ง ใน MT4

     ปัญหาของการสั่ง Order แบบ ECN หรือ Spread คือมักเจอปัญหาราคากระโดดห่างออกจากราคาที่เราส่งคำสั่งออกไป เลยพยายามคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงดี ก็เลยได้ idea ในเรื่องของการส่งคำสั่ง โดยการอ้างอิงมาจากหลักการตรงนี้ก่อน

คำสั่ง Buy Limit,Sell Limit, Buy Stop , Sell Stop
Pending คือการตั้งล่วงหน้า ให้คือสั่งทำงาน เมื่อราคามาถึงจุดที่กำหนดไว้ครับ
(Ask Price กรณี Pending Buy Order, Bid Price กรณี Pending Sell Order)

  • buy stop คือ การตั้ง buy ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งขึ้นไปชน pending แล้วหวังว่าจะขึ้นต่อ)
  • buy limit คือ การตั้ง buy ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน สูงกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งลงมาชน pending แล้วหวังว่าจะขึ้น)
  • sell stop คือ การตั้ง sell ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน สูงกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งลงมาชน pending แล้วหวังว่าจะลงต่อ)
  • sell limit คือ การตั้ง sell ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งขึ้นไปชน pending แล้วหวังว่าจะลง)



     วิธีการก็คือ ผมจะเอา mouse ไปคลิ๊กที่ด้านบนของราคา หรือด้านล่างราคา ตามแต่เงื่อนไขที่อยากจะสั่ง  แต่วางไกลๆ จากราคา ณ ตอนนั้นพอสมควร  แล้วเลือกคำสั่งที่ต้องการ จากนั้นมันจะมีเส้นประ ขึ้นมาตามที่เราส่งคำสั่ง ซึ่งแน่นอน มันจะยังไม่ match ไร เนื่องจากกดตั้งห่าง ๆ เลย พอเห็นเส้น ผมก็จะเอา mouse กดเส้นประไว้ และลากลงมาตรงจุดราคาที่ผมพอใจ แล้วแต่นะว่าจะ Sell / Buy คือตอนราคามันวิ่ง มันจะขยับขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ...พอได้ราคา ต่ำแหน่งที่ชอบ ผมก็ปล่อย mouse ส่วนมาก็จะได้ราคาตามนั้น และพอทำไปทำมา ผมได้ idea ในการออกแบบ กลยุทธ์การ order มาอีกหลายแบบ เพราะเอา fibonacci มาใช้ประกอบ ก็จะทำให้ สามารถวางแผนการเล่นได้แบบหนุกหนานมากขึ้นเลยแหละ 



วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ลองสร้างแนวคิดการบริหารความเสี่ยงใน Order ที่สั่ง ถ้าผมรับความเสี่ยงได้ที่ 20% แต่ต้องการกำไรที่ 80% ...ผมว่าผมทำแบบนี้..ลองดู


     จากจุดที Order ผม Order ตาม Model ได้ของมาแหละ ...ทีนี้ Stop Loss ตังเลย ผมดูแล้ว Fractals จะกลับเป็นขาลง มันก็ต้องทำ LL ดั้งนั้น มันต้องต่ำกว่า HL พอดีเลยได้ 20 pip จากนั้น ผมตั้ง Take Profit ไปเลย 80 pip """ เคร Order นี้ตามนี้ ถ้าพลาดก็เสีย 20 ถ้าได้ก็ 80 

สรุป...เสีย 20 คับ...ฮือ ๆ ๆ




+++ ยังตัดอารมณ์ไม่ได้ แต่ให้คะแนนตัวเอง คิดว่ามาได้สัก 70% สำหรับการวิ่งตามระบบ อีก 30$ ยังมีรมณ์ติดอยู่ สงสัยต้องไปเตะบอลตอนเล่นว่ะ




































วันนี้มีการปรับแต่งกลยุทธ์เพิ่มอีกเยอะพอสมควร สิ่งที่เพิ่มเข้ามา

เดิม

  1. ใช้ Fractals ในการบอก HH, LH,HL, LL และเข้าตามระบบที่เคยออกแบบไว้ เท่าที่ได้ทดลองมา 2-3 วัน ถือว่าเกรด A เลย ...รอวัน ระบบที่จ้างน้องเขาทำเสร็จ จะได้ลุยกันเต็มรูปแบบละทีนี้
  2. ใช้ Stoch ในการเข้า ถ้าจะ Buy รอ Stoch %K ตัด %D ด้านล่าง แต่ถ้าจะ Short จะรอตัดด้านบน 
  3. ใช้ MACD Divergent มาประกอบ (MACD ตัวนี้มีการปรับแต่ง เพื่อให้อ่านค่าไปแนวของการจับรอบขึ้นลง
  4. ใช้ RSI Divergent เพื่อดูรอบการซื้อขาย 
  5. ADX เพื่อดูกำลัง 

ส่วนที่เพิ่ม

  1. Auto Fibonacci อันนี้คนหาเอาจากเน็ตเลย ได้มา 3-4 ตัว แล้วเลือกตัวนี้ เพราะมันตี auto ให้เลย และพอมันทำ new high ใหม่ แทนที่มันจะลบของเก่า มันขยายให้เลย แจ่ม .. .ของฟรี ดี ๆ ก็มี
  2. เอาความรู้เรื่องแท่งเทียนเข้ามาผสม จริงๆ ตัวเองก็พอมีความรู้  
  3. ลดการเข้า order เหลือ ไม้ละ 2 lot เทียบจากฐานเงินทุนที่จะใส่ 300,000 บาทหรือ 10,000$ 
  4. เล่น 2 ตัว แต่หลัก ๆ เวลาเข้าตัวไหนแล้วเลือก เหลือตัวเดียว สรุปคือ เทรดทีละตัว แต่ถ้าตัวที่กำลังดูมันแบบ ไม่มีทิ้ศทางก็จะไปดูอีกตัว ทำ 2 หน้าจอไว้ 
     ผลที่ออกมาวันนี้ถือว่า okay มาก แต่ก็มีพลาดอยู่ 1 ไม้คือไม่ทำตามวินัย พอผิดทางแล้วดันไปคาดหวังว่า เทรนใหญ่ยังเอาอยู่ เลยโดนไปเยอะ -1xx$ เสียดาย...รู้งี้ ..

     วันนี้ไม่มีการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเท่าไหร่ ลดแรงกดดัน เน้นคือทำกำไรเรื่อย ๆ สะสมตามรอบ แต่ต้องตัด อารมณ์ออกให้ได้ ....ล่าสุดขายหมู ทั้งที่ Indicator ขายยังไม่มา ....เห้อ เดะให้ได้ Model Indicator ที่จ้างเขาออกแบบก่อนเห้ออออ เจอกัน 

     สรุปกรณีขายหมู เพราะดูสัญญาณ HL ผิด คือปกติ Fractals ที่จะบอกสัญญาณ มันไม่ได้บอก ณ แท่งนั้น ๆ มันจะต้องรอแท่งอื่น confirm แต่เราดันไปคิดว่า ณ. จุดนี้คือ HL ก่อนสัญญาณ เลยตัดใจขาย Take Profit เหลือแรกตามระบบ ผ่าน LH เข้า..และเข้าซ้ำอีกไม้หลัง HL จากนั้นมองผิด คิดว่า ลูกศรเหลืองคือ HL ราคามาแตะหลุด ...เลยขายที่ไหนได้ มันต้องอีก ตัว...พอมันขึ้น HL เท่านั้นแหละ มันวิ่งไป เลย 2xx pip ตอนนี้ทะลุกรอบเหลืองไปแหละ ....โดนหมูเตะปาก 



วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ การอธิบาย Elliot wave ในเชิงของอารมณ์ตลาดมากกว่าตัวเลข




















     เคยอ่านเจอมานานแหละ เก็บไว้จนลืม หายังไงก็ไม่เจอ เพิ่งมาเจอะอีกครั้ง เลยรีบเอามาเก็บไว้นี่เลย คือการอธิบาย Elliot wave ในเชิงของอารมณ์ตลาดมากกว่าตัวเลข ส่วนตัวคือผมพยายามที่จะอ่านอารมณ์มวลชนจากกราฟ มากกว่าจะอ่านกราฟเพื่อหาจุดต่างๆ เพราะมันคาดเดายาก ไว้เป็น idea กัน ดัดแปลงกันตามความถนัดของแต่ละคนครับ 


คลื่นที่ 1
ราคาหุ้นพุ่งขึ้น และนี่เป็นเพราะมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ในตลาด(ด้วยหลาย ๆ เหตุผล ทั้งจินตนาการหรือการคิดแบบมีเหตุผลของพวกเขา) พวกเขาคิดว่าราคาหุ้นนั้นถูกและเป็นเวลาเหมาะที่จะซื้อทาให้ราคาขึ้น

คลื่นที่ 2
ที่จุดนี้ เป็นจุดที่ผู้คนส่วนหนึ่งที่ถือหุ้นมาก่อนแล้วคิดว่าหุ้นได้แพงเกินมูลค่าของมันแล้ว พวกเขาจึงขายทากาไรออกมา ทาให้ราคาหุ้นลง อย่างไรก็ตาม ราคามันจะไม่ต่ากว่าราคา Low เดิม (ราคาต่าสุดครั้งก่อนหน้านี้) ก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งต่อไป

คลื่นที่ 3
นี่เป็นคลื่นที่แรงที่สุดในบรรดาคลื่นเหล่านี้ หุ้นขึ้นมาจากคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาร่วมกันซื้อ ผู้คนสนใจหุ้นตัวนี้มากขึ้นและอยากจะซื้อมัน ทาให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทะลุราคาสูงสุดของคลื่นที่ 1 ก่อนหน้านี้ไป

คลื่นที่ 4
เทรดเดอร์เริ่มขายทากาไรเพราะพวกเขาคิดว่าราคาหุ้นแพงไปแล้ว แต่ว่าคลื่นนี้ก็ไม่ค่อยมีแรงขายมากเท่าไหร่เพราะว่ายังมีคนเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นและยังคิดว่าหุ้นตัวนี้ยังอยู่ในขาขึ้นและอยากจะซื้อในราคาที่มันปรับฐานลงมา

คลื่นที่ 5
นี่เป็นจุดที่คุณส่วนใหญ่เข้าสู่ตลาดหุ้นซึ่งมาจากอารมณ์ของเขาล้วน ๆ เพราะคุณเห็น CEO ของบริษัทออกมพูดในหน้าต่าง ๆ ของนิตยสารดัง ๆ ในฐานะบุคคลแห่งปี เทรดเดอร์และนักลงทุนเริ่มจะหาเหตุผลที่น่าขันมาซื้อหุ้นตัวนี้ และพยายามทาให้คุณตกใจกับราคาที่พุ่งไปถ้าคุณคิดว่าหุ้นตัวนี้แพงมากแล้ว ซึ่งเหตุการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อ ราคาหุ้นเริ่มที่จะมีมูลค่าสูงเกินจริง ซึ่งพวกที่เล่น Short ก็จะเริ่มเข้ามา Sell ในตลาดนี้เมื่อหุ้นเริ่มเข้าสู่ภาวะ ABC

กฏ 3 ข้อของทฤษฎี Elliott Wave Theory

 กฏข้อที่ 1:คลื่นที่3 จะไม่มีทางสั้นกว่าคลื่นที่ 1 และคลื่นที่ 5
 กฏข้อที่ 2: คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ากว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1
 กฏข้อที่ 3: คลื่นที่ 4 จะไม่สามารถลง ไปจนถึงพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้


บทความเพิ่มเติมจาก http://www.thaigold.info/   โดย Kumponys

ทฤษฎีอีเลียตเวฟมีหยุมหยิมค่อนข้างเยอะ ผมเอาหลักๆมาแนะนำเพื่อเป็น guide ก็พอนะครับ

คลื่นที่ 1 แค่เริ่มต้นก็ไม่ง่ายแล้ว 
ไม่มีใครกะได้ว่า จะจบตรงไหน เพราะเพิ่งเริ่มคลื่นใหม่ สิ่งที่เราทำได้ คือรอให้มันจบคลื่น 1 ก่อนครับ แต่อย่างน้อยที่สุด คลื่นย่อยในคลื่น 1 ควรจะประกอบด้วย 5 คลื่น ไม่ใช่ 3 คลื่น หากนับได้ 3 คลื่นเมื่อไหร่ ตีความได้ว่า
- การ correction ของคลื่นรอบที่ผ่านมา ยังไม่จบจริง คืออาจมีการ correction ต่อเป็น a-b-c-x-a-b-c หรือ a-b-c-d-e เป็นต้น
- คลื่นนั้นยังไม่จบ คือยังเหลือการขึ้นขา 5 อีกขา ก่อนลง correction ขา 2 อีกที
หากคุณอ่านทฤษฎีในหนังสือ คงไม่ได้บอกคุณว่า ไอ้คลื่น 1 นี่อ่ะ มันก็ไม่ได้ระบุง่ายๆ เพราะมันเพิ่งต่อมาจากคลื่นปรับฐาน ทำให้ไม่รู้ว่า นี่มันคลื่น 1 หรือคลื่นปรับฐานต่อเนื่องกันแน่ เป็นเหตุให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าเล่นในคลื่น 1 นั่นเอง

คลื่น 2 จบเมื่อไหร่ ค่อยบอกคุณว่า ไอ้คลื่นลูกเมื่อกี๊น่ะ คลื่น 1 นะจ๊ะ
ถึงบอกว่า ไม่ค่อยมีใครเล่นคลื่น 1 เพราะมันมีโอกาสเป็นคลื่น correction ที่จะพาคุณชมดอยเต่าได้แบบไม่ต้องตีตั๋ว ตามทฤษฎีดูเหมือนง่าย มันบอกว่า คลื่น 2 จะไม่ต่ำกว่าคลื่น 1 หากคุณมั่นใจเข้าซื้อ เพราะคิดว่า นั่นคือคลื่น 2 ไม่มีทางหล่นต่ำกว่าคลื่น 1 หรอก ขอให้คิดใหม่ครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ราคามันหลุดลงต่ำกว่าฐานคลื่น 1 มันก็เปลี่ยนสถานะตัวเองจากว่าที่คลื่น 2 เป็นคลื่น c ขาลงต่อเลย แสบมั๊ย
ปกติ เมื่อจบคลื่น 2 เราก็จะใช้ก้นคลื่น 2 ในการกะเป้าหมายคลื่น 3 ได้ต่อครับ ตามหลัก คลื่น 2 ของทองคำ มักจบแถว 61.8% หรือ 78.6% โดยหากเด้งขึ้นจากเส้นแถวนี้ได้แรงๆ ผ่านยอดคลื่น 1 มาได้ เราก็คาดได้ว่า นั่นน่าจะเป็นขา 2 และกำลังขึ้นคลื่น 3 ที่เราตั้งตารอกัน

คลื่น 3 คลื่นสุด hot 
ใครๆก็รอขา 3 เพราะขา 3 มักจะยาวและทำกำไรได้มาก และความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่กว่าจะรู้ว่าเป็นขา 3 บางทีมันก็เดินทางมาครึ่งทางแล้วครับ เพราะอะไร ก็ลองย้อนไปดูคลื่น 2 สิ
ตัวคลื่น 3 เอง ก็ประกอบด้วยคลื่นย่อยในตัว 5 คลื่น กว่าเราจะเห็นชัดๆว่า นี่คือคลื่น 3 ก็ต่อเมื่อเราจบคลื่น 2 ของ 3 และกำลังเข้าคลื่นย่อยขา 3 ของคลื่นหลักขา 3 แล้ว ถึงตรงนี้ ปกติผมจะไม่ลังเลในการบอกให้ซื้อครับ เพราะมันยังไปได้อีกอย่างน้อยก็ 60% ของขาล่างสุด เช่นขึ้นมาแล้ว 50 เหรียญ ก็เป็นไปได้ว่า มีโอกาสขึ้นอีกอย่างน้อย 30 เหรียญ ดีกว่าไม่ได้ ใช่ไหมครับ
ทฤษฎีมีว่า ขา 3 มีโอกาสขึ้นมาได้อย่างน้อย 161.8% เมื่อวัดจากยอดขา 1 ถึง ขา 2 และหากแรงๆ ก็จะไป 261.8% หรือกระทั่ง 423.6% ก็ได้ แถมตามด้วยคลื่น 5 ที่สามารถลุ้นเสี่ยงทำกำไรเพิ่มได้

คลื่น 4 คลื่นคืนกำไร 
คลื่น 4 ลุงโฉลกให้นิยามว่า เป็นคลื่นคืนกำไร และไม่ค่อยแนะนำให้เล่น เพราะคาดการณ์ยากครับ ตามทฤษฎีบอกว่า ขา 4 จะลงไม่ถึงขา 1 แต่บางครั้งโดยเฉพาะในราคาทองคำตอนปลายๆทาง มันก็แล๊บลงมาต่ำกว่าขา 1 นิดหน่อยเหมือนกัน เรียกว่า เกิดความไม่ปกติขึ้น และจะเกิดเมื่อคลื่น 3 ไม่มีแรงขึ้น คือผิดปกติด้วย ว่างั้น และหากหลุดรูดลงมาเลย มันก็จะเปลี่ยนสถานะตัวเอง จากคลื่น 4 เป็นคลื่น a ครับ แล้วก็ต้องนับขากันใหม่ เพราะราคาไปไม่ถึงดวงดาวเสียแล้ว
มีความสัมพันธ์ระหว่างขา 2 กับขา 4 ที่มีความเป็นไปได้อยู่อย่างนึงครับ คือหาก ขา 2 มีความซับซ้อน คือไม่ลง a-b-c แล้วจบเลย แต่อาจเล่น sideway ยาวออกมา ในขา 4 มักจะไม่เกิดความซับซ้อนเหมือนขา 2 ครับ และในทางกลับกันก็เช่นกัน เราใช้ความสัมพันธ์นี้ มาช่วยเดาคลื่นครับ ว่าขา 4 น่ะ จะจบขึ้นขา 5 เลยมั๊ย หรืออาจมีต่อ ประมาณนั้น

คลื่น 5 คลื่นสำหรับคนกล้า
เพราะเป็นคลื่นที่ไม่มีความแน่นอน พร้อมที่จะล้มเหลวเมื่อไหร่ก็ได้ จึงเป็นคลื่นที่ไม่มีแรง คลื่นสำหรับคนตกขบวนคลื่น 3 ทดลองเข้ามาเสี่ยงทำกำไรอีกเล็กน้อย ก่อนการปรับฐาน
แต่มีข้อยกเว้นครับ ตามทฤษฎี ขา 3 ต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด และควรจะยาวครับ หากไม่ยาว คือมีขนาดพอๆกับขา 1 คลื่น 5 มักจะเป็น extended wave 5 หรือมีการต่อคลื่น คือขึ้นคลื่นชุดย่อย(แต่ ใหญ่) ขยายความยาวคลื่น 5 ออกไปอีก

คลื่น a คลื่นปรับฐาน - สึนามิลูกแรก 
เป็นคลื่นแรกของการปรับฐาน ที่อาจรุนแรงรวดเดียว หรือเพียงเบาะๆให้ตั้งตัวกันทันก็ได้ คลื่น a กับ คลื่น c เป็นคลื่นขาลงเหมือนกัน แต่ปกติหากมีคลื่นอันใดอันหนึ่งที่ยาว อีกอันก็จะสั้นๆครับ ในทองคำ การปรับฐานใหญ่ มักรุนแรงที่ขา a เรียกว่า เป็นสึนามิได้เลย ขณะที่ขา c อาจ sideway หรือสั้นๆมากกว่า

คลื่น b คลื่นถอนตัว VS คลื่นมวยประกอบรายการ 
จบคลื่น a ราคามักจะดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะบางคนก็เชื่อว่า การปรับฐานจบแล้ว บางคนก็เชื่อว่า ไอ้ที่ผ่านมา คงเป็นแค่คลื่น 3 ขอเล่นคลื่น 5 ต่อ และอีกพวก คือพวกชอบเล่นกับไฟ รู้ว่าเป็นคลื่น b แต่ก็เล่น เพราะจริงๆ ก็ยังสามารถทำกำไรได้
คุณสมบัติของคลื่น b ต้องดูสัญญาณประกอบครับ โดยเฉพาะ stoch กับ RSI มักขึ้นมาเร็วมาก ราคาอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าคลื่น 5 ก็ได้ ขอให้ดูสัญญาณเป็นสำคัญครับ และรีบถอนตัวเมื่อยอดสัญญาณเลยยอดสัญญาณของคลื่น 5

คลื่น c คลื่นปรับฐาน สึนามิลูกสุดท้าย 
การ correction หรือการปรับฐาน จะจบด้วยขา c โดยขา c มักจบที่ 78.6% เมื่อวัดจากยอดคลื่น 5 ถึงฐานของคลื่น 1 หากลึกกว่านั้น แปลว่าตลาดอาจกลับสภาวะจากกระทิงเป็นหมีไปแล้วก็ได้ โดยด่านสุดท้าย ก็คือฐานคลื่น 1 นั่นแหละ

และวัฏจักรคลื่น ก็จะวนขึ้นขา 1 ใหม่อีกครั้ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

ขอบคุณ คุณ Kumponys จาก http://www.thaigold.info/ 

+++ ทดสอบ Sniper Model รอและรอ ค่อยซัด ผิดทาง ถอน ... ลองดู ณ 3-Sep-2013

นัดแรกของวันนี้ พอขึ้น LL รอดีดกลับ ก็สั่ง อันนี้ถ้าเป็น auto trade น่าจะต้อง lock ใหม่แหละ ลากขึ้นทำ HH จากนั้น...ตามภาพ อันตรายแท้เหล๋า.....จะขายก็ต่อเมื่อ ผ่าน LH Trend Line





































สรุปปล่อยตามที่ตั้งไว้...เดี๋ยวรอดูว่าจะเป็นขายหมูไหม แต่ถ้ามองจาก bar มันแอบทำ HH ไว้แหละ

















สรุปตัดสินใจถูก เพราะหลังจากตรงนี้ ...โหดเกิน สรุปเหลือ 124$

















และแหล้ว.....กะโดนส่องคืน model มีไม่ใช้..นี่แหละดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้ สั่งด้วยความฮึกเหิม เชื่อมั่น แถมจัด 2 ตัว...สรุป โดน Stop Out ทันดี 1 order อีก 1 ก็ผิดทาง สรุป ....ร่วงเลยรอบนี้  ขนาด ตีเทรดใส่เองนะเนี๊ยะ ...สมน้ำหน้าตัวเองเลยทีนี้



อ๊ากกกกก ยังไม่ทันขาดคำ โดนอีกแหละ หมดกัน ....หยุดเทรด.... ตามหลัก พลาด 2 ไม้ติด...พักยกก่อน เว้ยเห้ย .... มาแนวนี้ต้องกลับไป ซ่อม Money management ใหม่แหละ