วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ หลังจากลองมาหลายกระบวนท่า...สรุปกลับมาที่เดิม.. Back to the Basic


     หลังจากได้ indicator ใหม่ ...มาหลายเพ..ลา... เม่าก็ลองผิด ลองถูก ลองฝึก ตาม indicator ต่าง ๆ ไม่รวมที่ load มาลองอีกเพียบ แจ่มดี.... วิธ๊คิดซับซ้อนโคตร...แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สถิติการเทรด จากเดิมที่ ชนะ และทำกำไรได้ตลอด กับพังไม่เป็นท่า ปรับแล้วปรับอีก ใส่ indicator ตั้วนั้น ตัดตัวนี้ ...แต่ท้ายสุด logic ในหัวเรารวน.....

     เลย back to the basic กลับมา เอามันแต่นี้ HH, LL, LH, HL กะ stock, ADX,Fibo แต่เอา Heiken Ashi มา ต้องกันแนวไว้หน่อย เพราะมันดูได้หลาย time frame ".... แค่กลับมา เกมส์ใน port ก็เปลี่ยน และอย่างหนึ่งที่รู้สึกคือ ... ปล่อย let profit run ได้ 


     ปิด order ให้ตรูด้วยอ่ะ ... ตั้งเผื่อไว้รอ adx คิดว่าลากไปไว้ไกลแหละนะ....มันมาไม้เดียวเลย .... เคร ... สรุป ไม่ต้องเวอร์แหละตรู กลับมา เล่นมัน แค่นี้แหละ 


     มันเป็นกลไลอย่างหนึ่งของ จิตวิทยาจริง ๆ หลังเราขายได้ มันจะไปต่อ ....แม้จะเข้าใจว่า ...ไม่มีใครซื้อได้ต่ำสุด และขายได้สูงสุดทุกรอบ  ... แต่อ่ะนะ ...งั้น ต้องลงโทษตัวเองที่ไป บ้ากะรูปลักษณ์ภายนอก ฝึกใหม่....แสรดดดดด กลับฐาน

...ง่ะ พอย่อกราฟ...เห็นเลย Pivot ที่เอามาแผงไว้ 


วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ อย่างน้อย คาดว่าน่าจะสักครึ่งทางแหละ กับการเรียนรู้ และสรุปความรู้เกี่ยวกับ FOREX และถือเป็นการทวนส่วนของ Technical อีกรอบไปในตัว

     บันทึกไว้หน่อย จากวันแรกที่เริ่มสนใจ FOREX เมื่อกลางเดือน สิงหาคม 2556 และหลังจากได้ลองกับตลาดจริง เสียจริง โดน Stop Out จริงๆ ทำให้กลับมาสนใจ และศึกษาทั้งเรื่อง Fundamental + Technical อีกรอบ และทำการจัดเก็บ แยกส่วนไว้ทวนย้อนหลัง 1 อาทิตย์กว่าๆ จัดมาได้แล้ว 3xx slide ยังต้องไปต่ออีกพอควร .... 


+++ ผมอยากประสบความสำเร็จ จึงต้อง ฝึก ฝึก ฝึก และฝึก...นี่คือบันทึกจากวันแรกที่กลับมาเทรด จนถึง 8-Sep-2013

     
ในเมื่อความสำเร็จ ไม่มีเป็น package สำเร็จรูปแพคขาย อยากได้ ก็ต้องพยายามกันหน่อย...

     ผมศึกษา และพัฒนา ระบบการเทรดหุ้นมาปีกว่าๆ และผมรู้สึกได้เลยว่าผมมีความสุข สนุกกับมันมาก ผมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้านนี้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ความรู้ต่างๆ ที่ผมได้ลงมือศึกษา ทดลอง  ทำให้ผมรอด และปลอดภัยจากตลาดที่ผันผวนแต่ละช่วงได้เสมอ และผมตั้งใจที่จะผันตัวเองเข้าสู่การเทรดเป็นอาชีพ...หรือ Trade for Living
  • จากมกราคมปีที่แล้ว 2012 ผมซื้อหนังสือเกี่ยวกับหุ้น และอ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ้นและการลงทุน มามากกว่า 100 เล่ม มี ebook ที่ load มาจากเน็ตอีกหลาย 10 เล่ม ..อ่านจนหมด บางเล่มชอบอ่าน 2 รอบก็มี ...และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • ช่วงของการกลับเข้ามาเทรด ช่วงแรกๆ (ก่อนนั้นผมเริ่มเทรดตอนปี 38 และต่อมาปี 39 ก่อนออกจากตลาดในปี 40 ด้วยความบอมช้ำ) ปีที่แล้ว 2012 เสาร์ อาทิตย์ กว่า 4-5 เดือน ผมเข้าอบรม เรียน สัมมนา ฟังกูรู พูด เสียเงินเรียนไปเยอะพอสมควร จนผมคิดว่า พื้นฐานต่างๆ ที่แต่ละทีสอนนั้น เริ่มจะคล้าย เหมือน ไม่แตกต่าง ทำให้ผมคิดว่าผมผ่านพื้นฐานหมดแหละ ต่อมาคือการต่อยอด ผมเริ่มศึกษาเองจาก internet
  • ผมสั่งซ์้อ DVD ของใครก็ไม่รู้จาก Net มีการสอน Technical เกือบ 72 ตอน สอนแทบจะทุกส่วนของตัวหลัก ๆ มันใช้ได้เลยแหละ และผมฟังมาแล้ว 2 รอบ รอบแรกตอนได้มา แหละอีกรอบ หลังจากทดลองใช้มาแล้ว 3-4 เดือนเพื่อเป็นการทวน 
  • ผม load video, mp3 จาก internet ที่มีการแชร์ สอน เรื่องหุ้น มาทำ DVD ใส่รถไว้ฟังเวลาที่ผมขับรถ
    ไปประชุมหรือไปไหนมาไหน แต่ผมจะเลือกเฉพาะที่แบบไม่ต้องใช้สายตามองจอก็พอฟังได้ เช่นรายการสัมภาษณ์แขกรับเชิญต่างๆ ส่วนพวกที่ต้องดูหน้าจอด้วย เช่นการสอนเชิงวิเคราะห์ เชิงเทคนิค ผมจะ Load ใส่ iPad, iPhone สำหรับฟังตอนหลังเลิกงาน บางวันผมฟังตั้งแต่ 6 โมงยัน 4 ทุ่ม หลับคาเครื่องก็ยังมี.......และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • ถ้าเป็นพวก pdf, ppt ผมจะเอาใส่ www.dropbox.com เพื่อไว้เปิดผ่านมือถือ หรือ tablet อ่าน เวลาที่ต้องนั่งรอไรนานๆ และเวลาอ่านหน้าไหนที่ผมสนใจต้องการเก็บ note ภาพไว้ผมก็จะกด print screen และภาพมันจะ upload auto จากมือถือ หรือ tablet เข้า Dropbox .......และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ

สำหรับมุมมองด้าน เทคนิค และเรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ มาช่วย

  • ผมเริ่มกลับมาเทรดอีกครั้ง โดยการใช้ระบบโปรแกรม e-finance และคงด้วยผมเป็นคนชอบเล่น program คอมพิวเตอร์เป็นทุนเดิม ทำให้ผมสามารถใช้โปรแกรมตัวนี้ได้แบบลึกพอสมควร แต่ใช้ไป 4-5 เดือนผมเริ่มมีความต้องการมากขึ้น 
  • ผมเลยเข้าศึกษา Meta Stock เพื่อเขียนโปรแกรมสำหรับใช้ในการ เทรด และศึกษาจนสามารถทำตามแนวคิดใหม่ๆ ได้หลากหลาย ใช้เวลาไป 3-4 เดือน ...ความต้องการด้านโปรแกรมผมก็มีมากขึ้น ทำให้ผมมองหาโปรแกรมใหม่เพื่อมาตอบโจทย์ ผมลงทุนแม้กระทั่งการซื้อสูตรของฝรั่งเขามาทดลอง ทดสอบดูว่าเขาคิดอะไร เขียนอะไร ยังไง เพราะอะไร แต่ส่วนใหญ่ ...ทั่วไป ไม่ตอบโจทย์แนวคิด หรือ model ที่ผมอยากได้
  • และผมก็ได้มาเจอ Amibroker ซึ่งผมศึกษาและพัฒนาระบบต่างๆ มากว่า 4-5 เดือนแล้ว โดยได้น้องชายที่ร่วมทุกร่วมสุขกันมายาวนานนี่แหละ มาเป็นอาจารย์สอนความรู้ แนวคิดด้านการเขียนโปรแกรมต่างๆ ร่วมกัน จนตอนนี้ผมสามารถเขียน model ต่างๆ ได้เอง และก็เหมือนเดิม ...และทุกวันนี้ก็ยังคงทำต่อ
  • และล่าสุด ผมได้ศึกษาโปรแกรมเพิ่มอีกตัวคือ Advanced Get เพราะผมสนใจในเรื่อง Elliot wave แต่ตัวนี้ไม่ยาก ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ผมก็สามารถที่จะใช้เครื่องมือตัวนี้ในการอ่าน หรือคาดการณ์ไรบางอย่างได้ 
     สำหรับด้าน Fundamental โชคดีผมได้เรียนต่อคณะบริหารและการจัดการตอนเรียนต่อ ป.โท ซึ่งมีทั้งวิชาบัญชี และ Finance และสถิติให้เรียน และโดยส่วนตัวแล้วก็ต้องดูธุรกิจของตัวเองอีก 2 บริษัท ก็เลยจำเป็นที่จะต้องดู และผมมองว่ามันจำเป็น หลายๆ งานที่ผมเป็นที่ปรึกษาให้ ผมก็ต้องดูเรื่องงบการเงิน แต่ก็ไม่ได้ advanced พอที่จะดูเรื่องการแต่งบัญชีไรได้ ผมก็ดูแบบผู้บริหารทั่วไป แต่บางจุดก็พอจะคาดเดาไรได้บ้างตามประสา 
  • ตอนนี้ ..หลังจากหุ้นไทย ดิ่งลงมา..ผมก็ออกตามระบบของผม ตอนแรกก็ยัง งงๆ ว่าจะไปยังไงต่อดี มาลองเล่น TFEX ดูอยู่พักหนึ่ง รู้สึกไม่ชอบ เหมือนเกมส์ที่ไม่แฟร์ ระหว่างผู้เล่น 2 ฝ่าย และขนาดสัญญาที่มีความเสี่ยงสำหรับเม่า ๆ มาก ถ้าผิดทางก็เจ็บ ถูกก็พอได้ แต่ตลาดผันผวนมาก ทำให้ผมคิดว่ามันเสี่ยงเกินที่จะเข้าไปเล่นเพื่อให้ได้กำไรจากตลาด TFEX ในช่วงนั้น ทางออกผมเลยมองไปที่ Option เพราะมีคนชวนมาหลายรอบแหละ ก็เลยบองศึกษาและลองหัดเล่นกับระบบของต่างประเทศอยู่ 2-3 เดือน ซึ่งต้องบอกว่า ความรู้ด้าน Option ที่เป็นภาษาไทยหายากมาก ผมมาถึงบางอ้อ ตอนได้ฟัง VDO ของ TSI-Thailand ก็พอจะทำให้เข้าในในบางเรื่องได้บ้าง แต่พอไป Trade Option จริง ๆ ก็ยังไม่เครียเท่าที่ควร ส่วนใหญ่ก็จะ Chat ถามเขาเลย ภาษาอังกฤษผมก็แย่ แต่ก็ไม่สนใจแหละ ลุย จนท้ายสุดจับประเด็นและเริ่มเข้าใจพื้นฐาน ผมตัดสินใจเปิด Port ของต่างประเทศไปก่อนหน้านั้นแล้วกับ OptionExpress.com  แต่ยังไม่ได้โอนเงินจริงไป ...เพราะบอกตัวเองว่าจะต้องเทรดให้ได้เงินมากกว่าในเกมส์เกิน 2 เท่าก่อนถึงจะลงเงินจริง
  • ระหว่างที่กำลังฝีกหัดอยู่นั้น ก็มีคนมาชวนให้ลองหัดเล่น FOREX ซึ่งสำหรับผม มีทัศนคติที่ไม่ดีกับคำนี้ คงเพราะได้ยิน ถูกสอน ถูกบอก มาจากคนอื่น ว่ามันเสี่ยง มันไม่ดี มันโกงกัน และผมก็จำใส่สมองไว้แบบนั้น จนวันนี้....ผมถามตัวเองว่า ทำไมยังมีคนเล่นเยอะ ...ว่าแล้วผมก็เริ่มอ่าน และอ่าน ศึกษา และศึกษา อ่านไปเยอะมาก ฟัง VDO จาก youtube.com ทั้งของไทย ฝรั่ง สั่งซื้อ DVD สอน เสียเงินอีกหมื่น นั่งฟังจนจบ แต่ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง หัวใจหรือประเด็นสำคัญไม่กระจ่าง ว่าแล้วผมก็ลองเปิด Demo เทรด แบบงง ๆ ผมหัดเทรดได้ 3 วัน port ที่หัด กำไรโตจากเดิม 200% ....ผมตกใจเห้ยไรกัน มันจะง่ายขนาดนั้นร๋อ (ผมใช้ความรู้ด้านเทคนิคที่มีอยู่เข้าไปเทรด)  จากนั้นผมไม่เชื่อ...ผมลองใหม่อีก รอบ คราวนี้ใช้เวลามากกว่าเดิม เพราะมีพลาด ...ผมใช้เวลา 5-7 วัน ทำกำไรจากเดิมโตได้ 200% อีก... ทำให้เกิดความหึกเหิม ...ว่าแล้วผมเลยตัดสินใจ เปิด port จริง...แล้วก็โอนเงินจริงเข้าไปบางส่วน เพื่อจะได้ลองของจริง ...ก้อนแรกลงไปแหละ หลักหมื่นเหมือนกัน...ผมใช้เวลาแค่ 2 วัน....หมดเลยครับ เกลี้ยงเลย โดน STOP OUT เพราะไม่เข้าใจคำว่า LOT และ Money Management แหละหลังการเสียหาย ทำให้ผมถอนกลับมาใหม่....คราวนี้ ผมเปลี่ยนขั่วเลย ... อ่าน อ่าน อ่าน และอ่าน ศึกษา และเก็บความรู้เป็น ข้อสรุปใส่ Power Point ไว้ ตอนนี้ทำมาได้กว่า 300 หน้าแล้ว .... ทำให้ผมได้เริ่มเข้าใจ ไรมากขึ้น และระหว่างนี้ก็ทดลองกับ Demo ต่อ ....ซึ่งการเล่น Demo รอบนี้ เป็นการทดสอบตาม Model ทุกอย่างที่ผมอ่านเจอ แล้วคิด ผมจะทำเป็น Model สรุปและลองเทรดตาม Model ซึ่งมันไม่เคยหวือหวาเหมือน Demo 2 ครั้งแรกเลย  เพราะความรู้ ความเข้าใจใน LOT และ Money Management ทำให้เราเห็นภาพ และเข้าใจไรอีกหลายอย่าง ตอนนี้ผมจ้างน้องคนหนึ่งลองเขียน Program ตามแนวคิด Model ที่ผมคิดหรือออกแบบเอง 
  • waiting for update 
.....มาถึงแค่นี้ก่อน เดะมาเล่าสรุปไว้ให้ตัวเองได้อ่านทวนอีกรอบ 


วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ฝึกการใช้ Model ในการเทรด นับ 1 ใหม่อีกรอบ หลังจากได้ New Template

เป้าหมายคือต้องการฝึกอ่าน ใช้ Indicator ชุดใหม่ให้คล่อง เริ่มจากรอสัญญาณเสียงเรียก alert จาก Amibroker

เลือก EUR/USD เห็นกำลังขาลงมาพักแหละ รอ LH 2 จุด ลากผ่าน รอราคาข้าม...พอราคาข้าม เปิด Buy ตามจุด.... นิ่งไปสักัพก เส้นแนวรับ สีขาว ออกมา สร้างความเชื่อมั่นให้อีกหน่อยว่า ตรงนี้น่าจะเอาอยู่ 

ใช้ความถนัดเดิ่ม เปิดรอ ADX, Sto,RSI,FX5 MACD, confirm รอบเล็ก 

รอพักหนึ่ง...ตามคาดถูกทาง ลืมไป ตั้ง Stop Loss ไว้แหละ ถ้า -20% ของรอบ ทิ้งของ 
เช็ค Amibroker นิดหนึ่งว่าแนวขายแถวไหน


OK เอาอยู่ ปล่อย Let profit run 

สัญญาณหลาย ๆตัว บอกจะจบรอบแหละ แต่ ADX ยังแข็งแรงดี ....ทนต่อ 
เริ่มนิ่งต่อสู้กัน.... DI+ ดิงหัวลง...พอแหละ ออก ADX ก็นิ่ง ๆ 
และมีสัญญาณ Divergent 

     ปิด Order จบรอบ และยังคึก ตั้ง Sell รอ..และข้ามไปตั้ง Buy รอ ถ้ามันผ่าน HH ตัวนี้ไปได้ .และดัน Match ตัว Sell แต่พอ Match แล้ว ออก side way เลยตัดสินใจ stop loss แล้วรอ ...รอจน sideway ชัดเกิน เลยไปทำอย่างอื่นแหละ

ผิดทางที่วางไว้ Cut Loss ตามระบบ 




วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ iPanel อ้อ...มันเป็นแบบนี้นี่เอง รวมมิตร All in One Indicator ขั้นเทพ...แต่

     วันนี้น้องชาย @หุ้นพาไป ส่ง Indicator + Template ชุดหนึ่งสำหรับใช้เทรด Forex พอเปิดดูภาพก็เห็นตามนี้แหละ ตอนแรกก็เฉย ๆ เพราะเข้าใจว่า Indicator เยอะ มันก็แค่นั้น ดูยาก ตัดสินใจยาก และเราเองก็เห็นไรมาเยอะแหละ แต่.....

     หลังการติดตั้ง และเปิดออกมาดู แล้วชะแว๊บ...มองผ่าน ๆ ...แม่เจ้า อย่างตกใจ เฮ้ยไรกันเนี๊ยะ ดูง่ายไม่อยากแฮ่ะ.... มองแว๊บ ๆ ที่เห็นคือ Stoch,RSI,CCI,MACD,EMA1,EMA2 แบบ Multi Time Frame ที่บอกด้วยลูกศรว่ามัน Up, Down, Sideway up, Sideway down""" ในตารางกระจิ๊ดหนึ่ง แต่ดูง่ายค๊อด ๆ ตามภาพ แถมยังมีบอก สัดส่วน % Up, Down ให้เห็นว่าอันไหน ยังไง และมี ตัวหนังสือขนาดใหญ่ บอก ว่าขึ้นหรือลง แบบแข็งแรง หรือแบบเสี่ยง... บะเจ้า ... แจ่มว่ะ

เห็นดังนั้น ไม่รอช้า เข้า Google ค้นเลยว่าไรยังไง ได้ความมาว่า....อ้อ...แบบนี้นี่เอง 

What Indicators traders monitor with iPanel?

Stochastic 8, 3, 3 - iPanel shows position of 2 Stochastic lines %K and %D (on the screen shot above they would correspond to %K - red and D% - blue).
When red is above blue - iPanel will show a red arrow, sell.
When red is below blue - green arrow,  buy.

RSI 14 - When RSI reads above 50, it'll be an uptrend and a green arrow up, RSI below 50 - downtrend and the red arrow on iPanel pointing down.

CCI - (settings for CCI are unknown, unfortunately; my guess it might be 14 or 20.
Either way this doesn't prevent us from simply reading CCI signals on iPanel: green arrow up - buy. Red arrow down - sell.
On iPanel, CCI has a special status - it has an additional set of arrows - inclined up and inclined down arrows). These arrows have the following meaning:
Inclined arrow up (green) - CCI is against Selling.
Inclined arrow down (red) - CCI is against Buying.

MACD 12, 24, 6 - remember you can change indicator settings, on the screen shot I put MACD back to standard 12, 26, 9 settings.
MACD signals are the same as for Stochastic - simple lines crossover.
On standard MT4 MACD it'll be a crossover of MACD signal line (in red) and MACD histogram.

When MACD histogram is above zero and MACD signal line is hovering above the histogram - Sell.
When MACD histogram is above zero and MACD signal line is trading inside the histogram - Buy.

When MACD histogram is below zero and MACD signal line is hovering below the histogram - Buy.
When MACD histogram is below zero and MACD signal line is trading inside the histogram - Sell.

EMA1 - is a crossover signal from 2 MAs: 5 EMA and 8 EMA

5 EMA above 8 EMA - buy, opposite - sell.

EMA2 - is a crossover signal from 2 other MAs: 26 EMA and 52 EMA

26 EMA above 52 EMA - buy, opposite - sell

What time frames are displayed on iPanel?

That shouldn't create difficulties, we have: 4 hour, 1 hour, 30 min, 15 min, 5 min and 1 minute charts.

How to use iPanel Trend
iPanel Trend indicator speaks for itself, it suggests a current trend and tells how strong this trend is.
Unfortunately, it is unknown what formulas and indicators are involved in trend evaluation.


ต่อมามุมซ้ายบน จะมีบอก Spread ของราคาคู่เงิน แบบ RealTime เลย และมีนับถอยหลัง จำนวนเวลาที่เหลือ ก่อนที่จะขึ้น Bar ใหม่


     ตัวต่อมา COG หรือ Center of Gravity เลิศเลย ใช้บอกแนวโน้มในภาพ trend ใหญ่ว่าเป็นแนวโน้มไหน ของ TF ที่ดู ถ้ามันโค้งขึ้นเหมือนจานหงาย ก็แนวโน้มขาขึ้น และขอบ เขียว แดง บนและล่างสุดคือ แนวรับ ต้าน สำคัญของรอบ ส่วน เส้นประ ๆ ก็คือแนวจุดกลับตัว แต่น้ำหนักเบากว่าแดง เขียวเข็ม (มันคำนวณแบบ real time) แต่ทำให้เรามองแนวโน้มใน TF นั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น
อยากรู้ก็เหมือนเดิม ค้น Google ได้นี่มา http://codebase.mql4.com/7977


และเลิศเลอ เพอเฟค ด้วย การบอกแนวรับแนวต้านใหญ่ 

....ไว้แค่นี้ก่อน เดะมาต่อวันหลัง วันนี้เดี้ยงซ่ะแหละ ไม่ค่อยฉาบาย



ทิ้งไว้ตอนท้ายก่อนมา เขียนสรุปต่อ

     โดยส่วนตัวแล้ว การใช้ Indicator ที่เยอะผมว่าไม่ดี ไม่เห็นด้วย เราอาจจะคิดว่า indicator แต่ละตัว ทำหน้าที่แต่ละอย่าง....แล้วถ้าเราดันไปคิดว่า จะได้สัญญาณเข้า 100% แบบไม่พลาด ...ผมว่าผิดเลยนะ เคยมีคนถามว่า ถ้าอย่างให้ MACD 40%, RSI 30% STock 30%"..ก็  100% งั้นก็ ไม่พลาดสิ...บอกตงเลยครับ เละแน่ ๆ  Indicator แต่ละตัว ทำหน้าที่ต่างกันก็จริง แต่มันมีการแยกว่า อันไหน เป็น Oscillator, Momentum ตัวไหนบอกก่อน บอกหลัง บอกช้า บอกเร็ว ดังนั้น...ผิดแน่ๆ ถ้าเอามายำรวมกัน

     เวลาผมได้ไรมาผมก็จะลอง และผมจะจำลองเหมือนทุกอย่างมันจริง มันจัง .... อันนี้ เอาฮาตัวเองครับ แม่งเยอะนักใช่ไหม หมุนจอใส่เลย แต่สรุปแล้ว.... มันเยอะเกินอ่ะผมว่า

     จากประสบการณ์ เวลาเทรดจริง ผมจะพยายามใช้ Indicator ให้น้อยที่สุด ซับซ้อนน้อยที่สุด เพราะค่าต่างๆ ที่ ส่งออกมา เวลาเรามองด้วยตา ....ภาพพวกนั้นจะส่งเข้าสมอง และสมองเราจะมี ความรู้ พอมันบวกกัน การให้น้ำหนัก หรือสรุปข้อมูลเพื่อส่งออกมายังการ เข้าหรือออกของเรา....มันจะรวนถ้า Indicator เยอะ ...... สรุปชอบตัวไหน ถนัดตัวไหน ตัดใช้แค่ที่ทดลองใช้แล้วมันเข้ากับ การตัดสินใจเรา และไม่ต้องคิดว่าจะต้องถูกทุกรอบ แต่ขอให้เวลาที่ถูก ให้ได้กำไรเยอะ ๆ และเวลาเสีย ให้เสียน้อย ๆ  แค่นี้ก็เลิศแล้วครับ 













+++ เพิ่มเทคนิคการสั่ง order ให้ได้ราคาใกล้เคียงกับที่อยากได้ พร้อมคิดรูปแบบกลยุทธ์การวางแผนการส่งคำสั่ง ใน MT4

     ปัญหาของการสั่ง Order แบบ ECN หรือ Spread คือมักเจอปัญหาราคากระโดดห่างออกจากราคาที่เราส่งคำสั่งออกไป เลยพยายามคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงดี ก็เลยได้ idea ในเรื่องของการส่งคำสั่ง โดยการอ้างอิงมาจากหลักการตรงนี้ก่อน

คำสั่ง Buy Limit,Sell Limit, Buy Stop , Sell Stop
Pending คือการตั้งล่วงหน้า ให้คือสั่งทำงาน เมื่อราคามาถึงจุดที่กำหนดไว้ครับ
(Ask Price กรณี Pending Buy Order, Bid Price กรณี Pending Sell Order)

  • buy stop คือ การตั้ง buy ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งขึ้นไปชน pending แล้วหวังว่าจะขึ้นต่อ)
  • buy limit คือ การตั้ง buy ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน สูงกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งลงมาชน pending แล้วหวังว่าจะขึ้น)
  • sell stop คือ การตั้ง sell ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน สูงกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งลงมาชน pending แล้วหวังว่าจะลงต่อ)
  • sell limit คือ การตั้ง sell ล่วงหน้า โดยราคาปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาที่ตั้ง (วิ่งขึ้นไปชน pending แล้วหวังว่าจะลง)



     วิธีการก็คือ ผมจะเอา mouse ไปคลิ๊กที่ด้านบนของราคา หรือด้านล่างราคา ตามแต่เงื่อนไขที่อยากจะสั่ง  แต่วางไกลๆ จากราคา ณ ตอนนั้นพอสมควร  แล้วเลือกคำสั่งที่ต้องการ จากนั้นมันจะมีเส้นประ ขึ้นมาตามที่เราส่งคำสั่ง ซึ่งแน่นอน มันจะยังไม่ match ไร เนื่องจากกดตั้งห่าง ๆ เลย พอเห็นเส้น ผมก็จะเอา mouse กดเส้นประไว้ และลากลงมาตรงจุดราคาที่ผมพอใจ แล้วแต่นะว่าจะ Sell / Buy คือตอนราคามันวิ่ง มันจะขยับขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ...พอได้ราคา ต่ำแหน่งที่ชอบ ผมก็ปล่อย mouse ส่วนมาก็จะได้ราคาตามนั้น และพอทำไปทำมา ผมได้ idea ในการออกแบบ กลยุทธ์การ order มาอีกหลายแบบ เพราะเอา fibonacci มาใช้ประกอบ ก็จะทำให้ สามารถวางแผนการเล่นได้แบบหนุกหนานมากขึ้นเลยแหละ 



วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ลองสร้างแนวคิดการบริหารความเสี่ยงใน Order ที่สั่ง ถ้าผมรับความเสี่ยงได้ที่ 20% แต่ต้องการกำไรที่ 80% ...ผมว่าผมทำแบบนี้..ลองดู


     จากจุดที Order ผม Order ตาม Model ได้ของมาแหละ ...ทีนี้ Stop Loss ตังเลย ผมดูแล้ว Fractals จะกลับเป็นขาลง มันก็ต้องทำ LL ดั้งนั้น มันต้องต่ำกว่า HL พอดีเลยได้ 20 pip จากนั้น ผมตั้ง Take Profit ไปเลย 80 pip """ เคร Order นี้ตามนี้ ถ้าพลาดก็เสีย 20 ถ้าได้ก็ 80 

สรุป...เสีย 20 คับ...ฮือ ๆ ๆ