วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ ยังตัดอารมณ์ไม่ได้ แต่ให้คะแนนตัวเอง คิดว่ามาได้สัก 70% สำหรับการวิ่งตามระบบ อีก 30$ ยังมีรมณ์ติดอยู่ สงสัยต้องไปเตะบอลตอนเล่นว่ะ




































วันนี้มีการปรับแต่งกลยุทธ์เพิ่มอีกเยอะพอสมควร สิ่งที่เพิ่มเข้ามา

เดิม

  1. ใช้ Fractals ในการบอก HH, LH,HL, LL และเข้าตามระบบที่เคยออกแบบไว้ เท่าที่ได้ทดลองมา 2-3 วัน ถือว่าเกรด A เลย ...รอวัน ระบบที่จ้างน้องเขาทำเสร็จ จะได้ลุยกันเต็มรูปแบบละทีนี้
  2. ใช้ Stoch ในการเข้า ถ้าจะ Buy รอ Stoch %K ตัด %D ด้านล่าง แต่ถ้าจะ Short จะรอตัดด้านบน 
  3. ใช้ MACD Divergent มาประกอบ (MACD ตัวนี้มีการปรับแต่ง เพื่อให้อ่านค่าไปแนวของการจับรอบขึ้นลง
  4. ใช้ RSI Divergent เพื่อดูรอบการซื้อขาย 
  5. ADX เพื่อดูกำลัง 

ส่วนที่เพิ่ม

  1. Auto Fibonacci อันนี้คนหาเอาจากเน็ตเลย ได้มา 3-4 ตัว แล้วเลือกตัวนี้ เพราะมันตี auto ให้เลย และพอมันทำ new high ใหม่ แทนที่มันจะลบของเก่า มันขยายให้เลย แจ่ม .. .ของฟรี ดี ๆ ก็มี
  2. เอาความรู้เรื่องแท่งเทียนเข้ามาผสม จริงๆ ตัวเองก็พอมีความรู้  
  3. ลดการเข้า order เหลือ ไม้ละ 2 lot เทียบจากฐานเงินทุนที่จะใส่ 300,000 บาทหรือ 10,000$ 
  4. เล่น 2 ตัว แต่หลัก ๆ เวลาเข้าตัวไหนแล้วเลือก เหลือตัวเดียว สรุปคือ เทรดทีละตัว แต่ถ้าตัวที่กำลังดูมันแบบ ไม่มีทิ้ศทางก็จะไปดูอีกตัว ทำ 2 หน้าจอไว้ 
     ผลที่ออกมาวันนี้ถือว่า okay มาก แต่ก็มีพลาดอยู่ 1 ไม้คือไม่ทำตามวินัย พอผิดทางแล้วดันไปคาดหวังว่า เทรนใหญ่ยังเอาอยู่ เลยโดนไปเยอะ -1xx$ เสียดาย...รู้งี้ ..

     วันนี้ไม่มีการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเท่าไหร่ ลดแรงกดดัน เน้นคือทำกำไรเรื่อย ๆ สะสมตามรอบ แต่ต้องตัด อารมณ์ออกให้ได้ ....ล่าสุดขายหมู ทั้งที่ Indicator ขายยังไม่มา ....เห้อ เดะให้ได้ Model Indicator ที่จ้างเขาออกแบบก่อนเห้ออออ เจอกัน 

     สรุปกรณีขายหมู เพราะดูสัญญาณ HL ผิด คือปกติ Fractals ที่จะบอกสัญญาณ มันไม่ได้บอก ณ แท่งนั้น ๆ มันจะต้องรอแท่งอื่น confirm แต่เราดันไปคิดว่า ณ. จุดนี้คือ HL ก่อนสัญญาณ เลยตัดใจขาย Take Profit เหลือแรกตามระบบ ผ่าน LH เข้า..และเข้าซ้ำอีกไม้หลัง HL จากนั้นมองผิด คิดว่า ลูกศรเหลืองคือ HL ราคามาแตะหลุด ...เลยขายที่ไหนได้ มันต้องอีก ตัว...พอมันขึ้น HL เท่านั้นแหละ มันวิ่งไป เลย 2xx pip ตอนนี้ทะลุกรอบเหลืองไปแหละ ....โดนหมูเตะปาก 



วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ การอธิบาย Elliot wave ในเชิงของอารมณ์ตลาดมากกว่าตัวเลข




















     เคยอ่านเจอมานานแหละ เก็บไว้จนลืม หายังไงก็ไม่เจอ เพิ่งมาเจอะอีกครั้ง เลยรีบเอามาเก็บไว้นี่เลย คือการอธิบาย Elliot wave ในเชิงของอารมณ์ตลาดมากกว่าตัวเลข ส่วนตัวคือผมพยายามที่จะอ่านอารมณ์มวลชนจากกราฟ มากกว่าจะอ่านกราฟเพื่อหาจุดต่างๆ เพราะมันคาดเดายาก ไว้เป็น idea กัน ดัดแปลงกันตามความถนัดของแต่ละคนครับ 


คลื่นที่ 1
ราคาหุ้นพุ่งขึ้น และนี่เป็นเพราะมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ในตลาด(ด้วยหลาย ๆ เหตุผล ทั้งจินตนาการหรือการคิดแบบมีเหตุผลของพวกเขา) พวกเขาคิดว่าราคาหุ้นนั้นถูกและเป็นเวลาเหมาะที่จะซื้อทาให้ราคาขึ้น

คลื่นที่ 2
ที่จุดนี้ เป็นจุดที่ผู้คนส่วนหนึ่งที่ถือหุ้นมาก่อนแล้วคิดว่าหุ้นได้แพงเกินมูลค่าของมันแล้ว พวกเขาจึงขายทากาไรออกมา ทาให้ราคาหุ้นลง อย่างไรก็ตาม ราคามันจะไม่ต่ากว่าราคา Low เดิม (ราคาต่าสุดครั้งก่อนหน้านี้) ก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งต่อไป

คลื่นที่ 3
นี่เป็นคลื่นที่แรงที่สุดในบรรดาคลื่นเหล่านี้ หุ้นขึ้นมาจากคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาร่วมกันซื้อ ผู้คนสนใจหุ้นตัวนี้มากขึ้นและอยากจะซื้อมัน ทาให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทะลุราคาสูงสุดของคลื่นที่ 1 ก่อนหน้านี้ไป

คลื่นที่ 4
เทรดเดอร์เริ่มขายทากาไรเพราะพวกเขาคิดว่าราคาหุ้นแพงไปแล้ว แต่ว่าคลื่นนี้ก็ไม่ค่อยมีแรงขายมากเท่าไหร่เพราะว่ายังมีคนเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นและยังคิดว่าหุ้นตัวนี้ยังอยู่ในขาขึ้นและอยากจะซื้อในราคาที่มันปรับฐานลงมา

คลื่นที่ 5
นี่เป็นจุดที่คุณส่วนใหญ่เข้าสู่ตลาดหุ้นซึ่งมาจากอารมณ์ของเขาล้วน ๆ เพราะคุณเห็น CEO ของบริษัทออกมพูดในหน้าต่าง ๆ ของนิตยสารดัง ๆ ในฐานะบุคคลแห่งปี เทรดเดอร์และนักลงทุนเริ่มจะหาเหตุผลที่น่าขันมาซื้อหุ้นตัวนี้ และพยายามทาให้คุณตกใจกับราคาที่พุ่งไปถ้าคุณคิดว่าหุ้นตัวนี้แพงมากแล้ว ซึ่งเหตุการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อ ราคาหุ้นเริ่มที่จะมีมูลค่าสูงเกินจริง ซึ่งพวกที่เล่น Short ก็จะเริ่มเข้ามา Sell ในตลาดนี้เมื่อหุ้นเริ่มเข้าสู่ภาวะ ABC

กฏ 3 ข้อของทฤษฎี Elliott Wave Theory

 กฏข้อที่ 1:คลื่นที่3 จะไม่มีทางสั้นกว่าคลื่นที่ 1 และคลื่นที่ 5
 กฏข้อที่ 2: คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ากว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1
 กฏข้อที่ 3: คลื่นที่ 4 จะไม่สามารถลง ไปจนถึงพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้


บทความเพิ่มเติมจาก http://www.thaigold.info/   โดย Kumponys

ทฤษฎีอีเลียตเวฟมีหยุมหยิมค่อนข้างเยอะ ผมเอาหลักๆมาแนะนำเพื่อเป็น guide ก็พอนะครับ

คลื่นที่ 1 แค่เริ่มต้นก็ไม่ง่ายแล้ว 
ไม่มีใครกะได้ว่า จะจบตรงไหน เพราะเพิ่งเริ่มคลื่นใหม่ สิ่งที่เราทำได้ คือรอให้มันจบคลื่น 1 ก่อนครับ แต่อย่างน้อยที่สุด คลื่นย่อยในคลื่น 1 ควรจะประกอบด้วย 5 คลื่น ไม่ใช่ 3 คลื่น หากนับได้ 3 คลื่นเมื่อไหร่ ตีความได้ว่า
- การ correction ของคลื่นรอบที่ผ่านมา ยังไม่จบจริง คืออาจมีการ correction ต่อเป็น a-b-c-x-a-b-c หรือ a-b-c-d-e เป็นต้น
- คลื่นนั้นยังไม่จบ คือยังเหลือการขึ้นขา 5 อีกขา ก่อนลง correction ขา 2 อีกที
หากคุณอ่านทฤษฎีในหนังสือ คงไม่ได้บอกคุณว่า ไอ้คลื่น 1 นี่อ่ะ มันก็ไม่ได้ระบุง่ายๆ เพราะมันเพิ่งต่อมาจากคลื่นปรับฐาน ทำให้ไม่รู้ว่า นี่มันคลื่น 1 หรือคลื่นปรับฐานต่อเนื่องกันแน่ เป็นเหตุให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าเล่นในคลื่น 1 นั่นเอง

คลื่น 2 จบเมื่อไหร่ ค่อยบอกคุณว่า ไอ้คลื่นลูกเมื่อกี๊น่ะ คลื่น 1 นะจ๊ะ
ถึงบอกว่า ไม่ค่อยมีใครเล่นคลื่น 1 เพราะมันมีโอกาสเป็นคลื่น correction ที่จะพาคุณชมดอยเต่าได้แบบไม่ต้องตีตั๋ว ตามทฤษฎีดูเหมือนง่าย มันบอกว่า คลื่น 2 จะไม่ต่ำกว่าคลื่น 1 หากคุณมั่นใจเข้าซื้อ เพราะคิดว่า นั่นคือคลื่น 2 ไม่มีทางหล่นต่ำกว่าคลื่น 1 หรอก ขอให้คิดใหม่ครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ราคามันหลุดลงต่ำกว่าฐานคลื่น 1 มันก็เปลี่ยนสถานะตัวเองจากว่าที่คลื่น 2 เป็นคลื่น c ขาลงต่อเลย แสบมั๊ย
ปกติ เมื่อจบคลื่น 2 เราก็จะใช้ก้นคลื่น 2 ในการกะเป้าหมายคลื่น 3 ได้ต่อครับ ตามหลัก คลื่น 2 ของทองคำ มักจบแถว 61.8% หรือ 78.6% โดยหากเด้งขึ้นจากเส้นแถวนี้ได้แรงๆ ผ่านยอดคลื่น 1 มาได้ เราก็คาดได้ว่า นั่นน่าจะเป็นขา 2 และกำลังขึ้นคลื่น 3 ที่เราตั้งตารอกัน

คลื่น 3 คลื่นสุด hot 
ใครๆก็รอขา 3 เพราะขา 3 มักจะยาวและทำกำไรได้มาก และความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่กว่าจะรู้ว่าเป็นขา 3 บางทีมันก็เดินทางมาครึ่งทางแล้วครับ เพราะอะไร ก็ลองย้อนไปดูคลื่น 2 สิ
ตัวคลื่น 3 เอง ก็ประกอบด้วยคลื่นย่อยในตัว 5 คลื่น กว่าเราจะเห็นชัดๆว่า นี่คือคลื่น 3 ก็ต่อเมื่อเราจบคลื่น 2 ของ 3 และกำลังเข้าคลื่นย่อยขา 3 ของคลื่นหลักขา 3 แล้ว ถึงตรงนี้ ปกติผมจะไม่ลังเลในการบอกให้ซื้อครับ เพราะมันยังไปได้อีกอย่างน้อยก็ 60% ของขาล่างสุด เช่นขึ้นมาแล้ว 50 เหรียญ ก็เป็นไปได้ว่า มีโอกาสขึ้นอีกอย่างน้อย 30 เหรียญ ดีกว่าไม่ได้ ใช่ไหมครับ
ทฤษฎีมีว่า ขา 3 มีโอกาสขึ้นมาได้อย่างน้อย 161.8% เมื่อวัดจากยอดขา 1 ถึง ขา 2 และหากแรงๆ ก็จะไป 261.8% หรือกระทั่ง 423.6% ก็ได้ แถมตามด้วยคลื่น 5 ที่สามารถลุ้นเสี่ยงทำกำไรเพิ่มได้

คลื่น 4 คลื่นคืนกำไร 
คลื่น 4 ลุงโฉลกให้นิยามว่า เป็นคลื่นคืนกำไร และไม่ค่อยแนะนำให้เล่น เพราะคาดการณ์ยากครับ ตามทฤษฎีบอกว่า ขา 4 จะลงไม่ถึงขา 1 แต่บางครั้งโดยเฉพาะในราคาทองคำตอนปลายๆทาง มันก็แล๊บลงมาต่ำกว่าขา 1 นิดหน่อยเหมือนกัน เรียกว่า เกิดความไม่ปกติขึ้น และจะเกิดเมื่อคลื่น 3 ไม่มีแรงขึ้น คือผิดปกติด้วย ว่างั้น และหากหลุดรูดลงมาเลย มันก็จะเปลี่ยนสถานะตัวเอง จากคลื่น 4 เป็นคลื่น a ครับ แล้วก็ต้องนับขากันใหม่ เพราะราคาไปไม่ถึงดวงดาวเสียแล้ว
มีความสัมพันธ์ระหว่างขา 2 กับขา 4 ที่มีความเป็นไปได้อยู่อย่างนึงครับ คือหาก ขา 2 มีความซับซ้อน คือไม่ลง a-b-c แล้วจบเลย แต่อาจเล่น sideway ยาวออกมา ในขา 4 มักจะไม่เกิดความซับซ้อนเหมือนขา 2 ครับ และในทางกลับกันก็เช่นกัน เราใช้ความสัมพันธ์นี้ มาช่วยเดาคลื่นครับ ว่าขา 4 น่ะ จะจบขึ้นขา 5 เลยมั๊ย หรืออาจมีต่อ ประมาณนั้น

คลื่น 5 คลื่นสำหรับคนกล้า
เพราะเป็นคลื่นที่ไม่มีความแน่นอน พร้อมที่จะล้มเหลวเมื่อไหร่ก็ได้ จึงเป็นคลื่นที่ไม่มีแรง คลื่นสำหรับคนตกขบวนคลื่น 3 ทดลองเข้ามาเสี่ยงทำกำไรอีกเล็กน้อย ก่อนการปรับฐาน
แต่มีข้อยกเว้นครับ ตามทฤษฎี ขา 3 ต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด และควรจะยาวครับ หากไม่ยาว คือมีขนาดพอๆกับขา 1 คลื่น 5 มักจะเป็น extended wave 5 หรือมีการต่อคลื่น คือขึ้นคลื่นชุดย่อย(แต่ ใหญ่) ขยายความยาวคลื่น 5 ออกไปอีก

คลื่น a คลื่นปรับฐาน - สึนามิลูกแรก 
เป็นคลื่นแรกของการปรับฐาน ที่อาจรุนแรงรวดเดียว หรือเพียงเบาะๆให้ตั้งตัวกันทันก็ได้ คลื่น a กับ คลื่น c เป็นคลื่นขาลงเหมือนกัน แต่ปกติหากมีคลื่นอันใดอันหนึ่งที่ยาว อีกอันก็จะสั้นๆครับ ในทองคำ การปรับฐานใหญ่ มักรุนแรงที่ขา a เรียกว่า เป็นสึนามิได้เลย ขณะที่ขา c อาจ sideway หรือสั้นๆมากกว่า

คลื่น b คลื่นถอนตัว VS คลื่นมวยประกอบรายการ 
จบคลื่น a ราคามักจะดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะบางคนก็เชื่อว่า การปรับฐานจบแล้ว บางคนก็เชื่อว่า ไอ้ที่ผ่านมา คงเป็นแค่คลื่น 3 ขอเล่นคลื่น 5 ต่อ และอีกพวก คือพวกชอบเล่นกับไฟ รู้ว่าเป็นคลื่น b แต่ก็เล่น เพราะจริงๆ ก็ยังสามารถทำกำไรได้
คุณสมบัติของคลื่น b ต้องดูสัญญาณประกอบครับ โดยเฉพาะ stoch กับ RSI มักขึ้นมาเร็วมาก ราคาอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าคลื่น 5 ก็ได้ ขอให้ดูสัญญาณเป็นสำคัญครับ และรีบถอนตัวเมื่อยอดสัญญาณเลยยอดสัญญาณของคลื่น 5

คลื่น c คลื่นปรับฐาน สึนามิลูกสุดท้าย 
การ correction หรือการปรับฐาน จะจบด้วยขา c โดยขา c มักจบที่ 78.6% เมื่อวัดจากยอดคลื่น 5 ถึงฐานของคลื่น 1 หากลึกกว่านั้น แปลว่าตลาดอาจกลับสภาวะจากกระทิงเป็นหมีไปแล้วก็ได้ โดยด่านสุดท้าย ก็คือฐานคลื่น 1 นั่นแหละ

และวัฏจักรคลื่น ก็จะวนขึ้นขา 1 ใหม่อีกครั้ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

ขอบคุณ คุณ Kumponys จาก http://www.thaigold.info/ 

+++ ทดสอบ Sniper Model รอและรอ ค่อยซัด ผิดทาง ถอน ... ลองดู ณ 3-Sep-2013

นัดแรกของวันนี้ พอขึ้น LL รอดีดกลับ ก็สั่ง อันนี้ถ้าเป็น auto trade น่าจะต้อง lock ใหม่แหละ ลากขึ้นทำ HH จากนั้น...ตามภาพ อันตรายแท้เหล๋า.....จะขายก็ต่อเมื่อ ผ่าน LH Trend Line





































สรุปปล่อยตามที่ตั้งไว้...เดี๋ยวรอดูว่าจะเป็นขายหมูไหม แต่ถ้ามองจาก bar มันแอบทำ HH ไว้แหละ

















สรุปตัดสินใจถูก เพราะหลังจากตรงนี้ ...โหดเกิน สรุปเหลือ 124$

















และแหล้ว.....กะโดนส่องคืน model มีไม่ใช้..นี่แหละดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้ สั่งด้วยความฮึกเหิม เชื่อมั่น แถมจัด 2 ตัว...สรุป โดน Stop Out ทันดี 1 order อีก 1 ก็ผิดทาง สรุป ....ร่วงเลยรอบนี้  ขนาด ตีเทรดใส่เองนะเนี๊ยะ ...สมน้ำหน้าตัวเองเลยทีนี้



อ๊ากกกกก ยังไม่ทันขาดคำ โดนอีกแหละ หมดกัน ....หยุดเทรด.... ตามหลัก พลาด 2 ไม้ติด...พักยกก่อน เว้ยเห้ย .... มาแนวนี้ต้องกลับไป ซ่อม Money management ใหม่แหละ


+++ สรุปรอบนี้ เขียนเองคงไม่ทันกินแน่ ๆ ...สรุป "จ้าง" ดีกว่า แล้วค่อย ๆ เรียนไป Draft iDea ซ่ะเละเลย... และได้คนทำให้แหละ ลุ้นๆ

     นั่งเขียน นั่งงม สังเกตุ กะ คาดคะเน จับซ้าย + ขวา ขวา ลบล่าง บ้าง ซ้ายบาง แล้วก็ ได้ออกมา 6 หน้า

     จากนั้น เข้า Google เพิ่มข้อความ แล้วให้มัน speak English ให้ แล้วเราก็ตัด เสียง แต่งเสียง ตาม time Frame ที่ต้องการให้ Alert ....เห่อ ๆ ทีนี้แหละ เหมือนมี เลขา คอยบอกสัญญาณ ที่ต้องการแหละทีนี้ ว่าแต่ภาพนี้ น้องคนที่ทำ เขาจะเข้าใจเราไหมน้อทีนี้ ลุ้น ๆ ขอให้น้องเขาถอดรหัสคำพูดผมได้ทีเหอะ






วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

+++ กรณีศึกษา ทดลองเทรด ด้วย Elliot Wave แบบสั้น ๆ วันนี้นั่งคิด และถอด iDea ในการสร้าง Model เพื่อหาคนมาเขียน EA ให้ใช้ก่อนๆ ที่จะเขียนเองเป็น (ซึ่งไม่รู้ว่าจะวันไหน หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้)


Indicator ที่สนใจคือตัวนี้ เขา plot HH,HL,LL,LH ให้ auto สิ่งที่ผมอยากได้คือ

คำนวณหา และ plot ตามภาพ
HH = Higher High,
HL = Higher Low,
LL = Lower Low,
LH= Lower High


เงื่อนไขที่ 1 

  1. ตี trend line auto จาก HL ล่าสุด มายัง HL ตัวก่อนหน้านี้    และถ้าราคาหลุดแนว HL แจ้งสัญญาณ Short (icon)
  2. ตี trend line auto จาก LL ล่าสุด มายัง LL ตัวก่อนหน้านี้    และถ้าราคาหลุดแนว LL แจ้งสัญญาณ Short (icon)
  3. กรณีที่ LL ตัวล่าสุด = LL ตัวก่อนหน้าให้เปลี่ยนข้อความ LL หลังเป็น DB = Double Button 
  4. *** กรณี HH ล่าสุดให้ทะยอยเช็ค HH ก่อนหน้านี้ทั้งหมดในรอบ 1-2 วัน แล้วตีเส้นประ ไว้ ( เป็นแนวโน้มใหญ่ )
จะส่งคำสั่ง short ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มมาดังนี้ (ให้มี icon บอกในกราฟด้วย) 
  • MACD <0
  • ADX > 20 (อันนี้อยากปรับค่าได้)
  • % การเปลี่ยนแปลงของ ADX > 1 (อันนี้อยากปรับค่าได้)
  • เมื่อ %K ตัด %D ลง ใน TF = 1 minute
หยุด order เมื่อ เกิด HH + HL คู่แรก ติดต่อกัน 
หรือหยุด order เมื่อ MACD  ตัด signal ลงมา  (ตรงนี้อยากให้สามารถตั้งค่าเปิด ปิด ว่าจะใช้หรือไม่ใช้) 
หรือเข้าสู่เงื่อนไขที่ 2 


เงื่อนไขที่ 2

  1. ตี trend line LH ล่าสุด ไป LH ก่อนหน้านี้  ถ้าราคาเหนือ trend line แจ้งสัญญาณ ซื้อ
  2. ตี trend line HH ล่าสุด ไป HH ก่อนหน้านี้  ถ้าราคาเหนือ trend line แจ้งสัญญาณ ซื้อ 
  3. กรณีที่ HH ตัวล่าสุด = HH ตัวก่อนหน้าให้เปลี่ยนข้อความ HH  หลังเป็น DT = Double Top 
  4. *** กรณี LL ล่าสุดให้ทะยอยเช็ค LL ก่อนหน้านี้ทั้งหมดในรอบ 1-2 วัน แล้วตีเส้นประ ไว้ ( เป็นแนวโน้มใหญ่ )
จะส่งคำสั่ง Long ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มมาดังนี้
  • MACD >0
  • ADX > 20 (อันนี้อยากปรับค่าได้)
  • % การเปลี่ยนแปลงของ ADX > 1 (อันนี้อยากปรับค่าได้)
  • เมื่อ %K ตัด %D ขึ้น ใน TF = 1 minute

หยุด order เมื่อ เกิด LH หรือ LL  2 ครั้ง ติดต่อกัน 
หรือเข้าสู่เงื่อนไขที่ 1 
เสริ่ม ถ้ากรณีที่แต่ละ เส้นมีการสัมผัสจุดที่มากกว่า 2 จุดขึ้นไปให้เปลี่ยนสี trend line เป็นสีแดง หนา (ปกติจะใช้สีไรก็ว่ากันไป)


เพิ่มเติม
  1. ต้องการให้มี สัญญาณแจ้ง New High Day , New Low Day ของวัน ออกมาเป็น icon หรือสัญญลักษณ์บนกราฟ พร้อม alert ทางเสียง เช็คตาก tf=1 minute
  2. กรณีที่เกิด ราคา C เริ่มมากกว่า HH  และ MACD ตัดกันเหนือ 0 พอดี ให้แจ้ง Alert และ แสดง ออกมาเป็น icon หรือสัญญลักษณ์บนกราฟ พร้อม alert ทางเสียง

ต้องการปรับแต่งแก้ไข Heiken Ashi Smooth โดยให้เอาค่า MACD เข้ามาเชื่อม 
  1. ถ้า MACD > 0 and MACD > Signal  และ Ashi เป็นเขียวอยู่แล้ว ให้เป็นเขียวเหมือนเดิม แต่ถ้า MACD < 0 ให้เปลี่ยน เป็นสีขาว เพื่อบอกว่า เป็น sideway up 
  2. ถ้า MACD < 0 and MACD < Signal  และ Ashi เป็นแดงอยู่แล้ว ให้เป็นเขียวเหมือนเดิม แต่ถ้า MACD > 0 ให้เปลี่ยน เป็นสีฟ้า เพื่อบอกว่า เป็น sideway down

พอคิดได้ดังนี้ก็เลยขอลองวิชาเลย เอาแบบไม่ต้องรอ EA ใช้ E ตานี่แหละ
พอดีมาเห็น คู่นี้พอดี ชัดซ่ะ ... Elliot Wave นี่หว๋า  ชุดแรกคนเพิ่งรับข่าว ...ดอก 2 คนแห่ตาม ดอก 3 ดอกสุดท้าย ตามหลักอาน และ Wave 3 ต้องใหญ่สุด Wave 5 Divergent .... รอ Short สิครับ รอ LL  หรือ LH ดอก 2 ออกมา short





















จัดเลย (อันนี้ผมเล่น demo อยู่นะ เพราะรอบก่อน เอาเงินจริงเข้าไป หมดตูดไปเลยครับ เลยต้องกลับมาเรียนใหม่) เพราะผมเชื่อในหลักการที่ว่าต้องจ่ายค่า ธรรมเนียมให้ตลาดทีเราเล่นก่อน คือต้องเสียให้เขา จะได้ซึ้ง และเรียนรู้ (แก้ตัวชัด ๆ เลยผม)















จากนั้น ตามหลักแล้วมันก็จะต้องทำ Wave A, B, C ดังนั้นผมเลยตี trend line ไว้เลย และบอกตัวเองไว้ว่าถ้ามัน break หรือทำ HH,HL เราจะขาย order นี้






















แล้วก็ตามภาพล่างครับ HL มา เราขาย




















จบไป รอบนี้ได้กลับมาแหละ

รอจังหวะ เข้า Wave B แล้วมักน็มา HH กดปู๊บ...ลบทันที 14$ เฟ๊ดเฟ่ คอม 7$





















รอ ถ้ามันทำ LL,LH ก็อีก คือจบ Wave B เข้า C ผมจะสลับเข้า Short นั่นไง ...รอบบนี้ผมป๊อด ผมเดาว่ามันไม่น่าจะผ่าน HH เดิม ปิด order รอดูก่อนดีกว่า





















OK จบรอบ เก็บไว้เป็นอนุสรณ์ .... เดี๋ยวพอเงินจริงก็ไม่ได้ตามนี้แหละ  เพราะฉายาเรา...เม่าเงินจริง สิงห์เงินปลอม






**** ข้อมูลทั้งหมดเพื่อการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใดนะครับ

"""" ตอนแรกว่าจะหยุด บังเอิญนึกเรื่องมือยิง sniper  ... เลยทดลองสุ่มหาเป้ายิง....เล็งเป้าแรก ..พลาด


     จากนั้น ใช้ Amibroker ตั้ง Alert เหมือนเดิม แต่เลือก EUR/USD จากการ alert และสังเกตุเห็น LL หรือ Lower Low บ่อย เลยจัดไป 2 lot โดยการรอ Stoch ขึ้นมาด้านบนแล้วตัดลง

























     ตัวนี้ได้ฝึกการใช้ LL, กับ LH มาก เมื่อกราฟลง ผมตี Trend Line ขอบด้านบน ทิ้่งลงไปเรื่อยๆ และคอยสังเกตุ ตอนที่ stock กับตัวแต่ละรอบ ราคามันวิ่งตาม Stoch ไม่ทัน เหมือนมันไม่มีแรง และสังเกตุ การทำ จุดต่ำสุดของ MACD ที่ด้านล่าง 0 มันทำ ต่ำลงไปเรื่อยๆ ผมเลยปล่อย let profit run ไป ผมจะเลือกที่จะขายก็ต่อเมื่อเกิด HH กับ HL หรือไม่ก็ผ่าน Break ที่ตีไว้แรงๆ  ....ดูกันต่อไป


     ต่อมาเลือกเข้า EURGBP เพราะมี alert จาก Amibroker เหมือนเดิม แต่ที่ชอบคือ New High แต่ MACD ไม่ทำ New High ตาม พร้อมกับ ใน Amibroker บอกว่า จุดนี้คือแนวต้านที่สำคัญ













และนี่คือจุดที่เลือก และข้อสังเกตุ


++++ 2-Sep-2013 เริ่มทดสอบ ข่าว กับ กราฟ และ Model

ข่าวตั้งโครงมาแบบนี้ เลยกะเล่น ๆ ว่า งั้น เรามองที่ EUR/CHF/GBP แหละกัน ...แต่อันนี้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คือ ข่าวดีกันหมด และ impact ไม่มาก เว้น GBP แต่ US ปิด ผลออกมาแบบนี้

EUR/CHF  ปัญหาชัด ๆ เลยตอนนี้ Amibroker load data ช้ากว่าตลาดจริง เฟ่ดเฟ้ ....

EUR/GBP  ดี + ดี นิ่งซ๋ะ

EUR/JPY เชดดดดดด.... พอผ่าน break ได้แค่นั้นแหละ แม่งหลับตาวิ่งเลย ...จดชื่อไว้ รอบหน้าเจอกัน
ตามด้วย USD/JPY  แทบไม่ต่างกันเลย .... JPY ร่วงหมด แสดงว่าถ้าเลือกก็ความเลือกคู่หนึ่งอ่ะเป่าว่ะ

และสิ่งที่เห็นบ่อยคือ....หลัง บ่าย 2:45 ...เงียบเป็นป่าช้าเลย






















ได้ idea มาแหละ เดี๋ยวจะต้องย้อนเวลา 2 เดือน่ล่าสุดที่ amibroker มี data แล้ว sort เพื่อจัดเวลาดูว่า เวลาไหน คู่ไหน ชกกันหนักสุด และชกกันนานเท่าไหร่....เดี๋ยวมา update