วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556
+++ เก็บไว้หน่อยหนึ่ง รวมเว็บดูกราฟหุ้น และอื่น ๆ อีกหลายอย่างของ ต่างประเทดดดดเขา
https://www.tradingview.com/e/?symbol=GOOG
แจ่มดี มีย่อ ขยาย น่าใช้
http://www.barchart.com/chart.php?sym=^AUDUSD&t=BAR&size=M&v=0&g=1&p=MO&d=X&qb=1&style=technical&template=
ดูได้ตั้งแต่ stock, etfs,future,forex, funds
http://ycharts.com/companies/GOOG
นี่ก็ดูได้เยอะ โดยเฉพาะพวก Economic มีเยอะมากเลย
วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556
+++ กดไปกดมา..ไปเจอ Community ขนาดใหญ่ของนักพัฒนา MQL5 โอววว ต่างประเทศเขาไปกันขนาดนี้แล้วร๋อเนี๊ยะ
ระหว่างที่อ่าน ค้นหาข้อมูล เพื่อนำมาเสริมทัพความรู้ตัวเอง และก็กำลังทดลองใช้เมนูต่างๆ ของ MT4 อยู่ ก็เลยได้ลองกดดูที่ Option แล้วก็เจอหน้าจอหนึ่งเขาเขียนว่า Community เลยลองสมัครดู ....เท่านั้นแหละ อึ้งเลย

จากนั้นก็กดไปสมัครสมาชิก หลังได้ user / password ก็มาเจอหน้านี้ มีหัวข้อต่าง ๆ มากมาย
มีคนสร้างและพัฒนา EA ต่างๆ มา post มีทั้ง Free และ ขาย มีสถิติจอง EA แต่ละตัว มีคนเอาไป trade กี่คน และ % win เท่าไหร่
มีการจัด Championship แต่ละปีด้วยว่า EA ของใครอยู่อันดับไหนในแต่ละปี
มีสถิติการเทรดของแต่ละ EA ด้วยของแต่ละคน
มีสังคมการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน พูดคุย มีหัวข้อ กลุ่มเรื่องต่าง ๆ อีกมากมายหลายเรือ่ง มีหางานไรกันด้วย


มีคนสร้างและพัฒนา EA ต่างๆ มา post มีทั้ง Free และ ขาย มีสถิติจอง EA แต่ละตัว มีคนเอาไป trade กี่คน และ % win เท่าไหร่
มีการจัด Championship แต่ละปีด้วยว่า EA ของใครอยู่อันดับไหนในแต่ละปี
มีสถิติการเทรดของแต่ละ EA ด้วยของแต่ละคน
มีสังคมการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน พูดคุย มีหัวข้อ กลุ่มเรื่องต่าง ๆ อีกมากมายหลายเรือ่ง มีหางานไรกันด้วย

+++ แนะนำ VDO สอน การเขียน EA บน MT4 ของคนไทย หลายตอนเลย

vdo 2 https://www.youtube.com/watch?v=wdhr7IIFacM
- อธิบาย function ต่างๆ และอธิบายโปรแกรมเบื้องต้น
vdo 3 https://www.youtube.com/watch?v=Znhv9pM9MQs
- สอนเรื่อง input back test data type
vdo 4 https://www.youtube.com/watch?v=t2ktjq-AHtE
- สอนเรื่องการเปิด order
vdo 5 https://www.youtube.com/watch?v=HlWEMATr9QA
- อธิบายการใช้ indicator
vdo 6 https://www.youtube.com/watch?v=-GCjV5zY3kw
- อธิบาย การ repaint ของ indicators (พวกลูกศรที่เลื่อนไปมาทั้งหลาย)
vdo 7 https://www.youtube.com/watch?v=9LpVJGtqNtA
-แจกฟรีEaพร้อมอธิบายการใช้
vdo 8 https://www.youtube.com/watch?v=40eea27rlKA
- สอนวิธี import historydata
vdo 9 https://www.youtube.com/watch?v=sDFf_kZxXUo
- อธิบายการเขียน ea ให้ได้กำไรใน back test มากๆแต่ใช้เปิดจริงไม่ได้
http://youtu.be/ASM4J9UG_2k
-อธิบายโปรแกรม MetaTrader 5
http://youtu.be/w514U99lgCU
-อธิบายการเขียน ea โดยใช้เทคนิคทำให้ balance เป็นบวกตลอด
https://www.youtube.com/watch?v=_zMjB9GCLh4
-วิธีการตวรจสอบ Error ของ EA
+++ Back แปลว่า กลับ Test แปลว่า ทดสอบ ว่าด้วยเรื่องของการทำ Back Test :
เกริ่นไว้หน่อยหนึ่ง
Back test = การทดสอบย้อนกลับ (มันจะมี forward test ด้วยนะ คือทดสอบแบบสุ่มไปข้างหน้า) จากตัวเลข ที่มาจาก indicator หรือ model ที่เราเลือกใช้ โดยจะทำการทดสอบจากช่วงเวลาที่กำหนดย้อนกลับ โดยอ้างอิงราคาเปิดปิด เก่าๆ ที่ผ่านมา เพื่อจะดูว่า จะได้กำไรกี่ % ขาดทุนกี่ % โอกาสชนะกี่ % แพ้กี่ % drawdown กี่ %
Optimize = ถ้าจากช่วงเวลาที่กำหนด ค่าของตัวเแปร หรือเงื่อนไขที่ใช้ ตัวเลขไหนจะดีที่สุด จะได้กำไรมากสุดน้อยสุด % ขาดทุนมากสุดน้อยสุดกี่ % โอกาสชนะมากสุดน้อยสุดกี่ % แพ้มากสุดน้อยสุดกี่ % drawdown มากสุดน้อยสุดกี่ %
ยกตัวอย่าง เช่นทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช่ MACD ค่าคือ 12,26,9 คำถามคือ ถ้าเอาค่านี้ มาเทรดกับ SET หรือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปี มาถึงวันนี้ จะได้กำไร หรือเงือ่นไขอื่น ๆ เท่าไหร่ ...อันนี่คือ back test
แต่ถ้าต้องการรู้ว่า จากช่วงเวลาที่ผ่านมา ถ้าจะเปลี่ยน 12,26,9 เป็นตัวเลขอื่น .... จะทำให้มีกำไรมากขึ้นไหม น้อยลงแค่ไหน เสี่ยงแค่ไหน ...อันนี้เรียก Optimize
หลังจากที่ได้ทำการทดสอบ model ที่ออกแบบมา 2 วันแหละ ก็คือว่าทำให้การเทรดของเราเป็นระบบมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถอ่านค่าช่วงที่ตลาดแรง ๆ คือช่วงบ่าย 2 กับ ทุ่มกว่า ๆ ที่แบบตลาดมีความผันผวนสูงมาก และเอะใจกับ indicator ตัวหนึ่งที่เคยเอามาใช้นานแล้ว
Back test = การทดสอบย้อนกลับ (มันจะมี forward test ด้วยนะ คือทดสอบแบบสุ่มไปข้างหน้า) จากตัวเลข ที่มาจาก indicator หรือ model ที่เราเลือกใช้ โดยจะทำการทดสอบจากช่วงเวลาที่กำหนดย้อนกลับ โดยอ้างอิงราคาเปิดปิด เก่าๆ ที่ผ่านมา เพื่อจะดูว่า จะได้กำไรกี่ % ขาดทุนกี่ % โอกาสชนะกี่ % แพ้กี่ % drawdown กี่ %
Optimize = ถ้าจากช่วงเวลาที่กำหนด ค่าของตัวเแปร หรือเงื่อนไขที่ใช้ ตัวเลขไหนจะดีที่สุด จะได้กำไรมากสุดน้อยสุด % ขาดทุนมากสุดน้อยสุดกี่ % โอกาสชนะมากสุดน้อยสุดกี่ % แพ้มากสุดน้อยสุดกี่ % drawdown มากสุดน้อยสุดกี่ %
ยกตัวอย่าง เช่นทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช่ MACD ค่าคือ 12,26,9 คำถามคือ ถ้าเอาค่านี้ มาเทรดกับ SET หรือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปี มาถึงวันนี้ จะได้กำไร หรือเงือ่นไขอื่น ๆ เท่าไหร่ ...อันนี่คือ back test
แต่ถ้าต้องการรู้ว่า จากช่วงเวลาที่ผ่านมา ถ้าจะเปลี่ยน 12,26,9 เป็นตัวเลขอื่น .... จะทำให้มีกำไรมากขึ้นไหม น้อยลงแค่ไหน เสี่ยงแค่ไหน ...อันนี้เรียก Optimize
หลังจากที่ได้ทำการทดสอบ model ที่ออกแบบมา 2 วันแหละ ก็คือว่าทำให้การเทรดของเราเป็นระบบมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถอ่านค่าช่วงที่ตลาดแรง ๆ คือช่วงบ่าย 2 กับ ทุ่มกว่า ๆ ที่แบบตลาดมีความผันผวนสูงมาก และเอะใจกับ indicator ตัวหนึ่งที่เคยเอามาใช้นานแล้ว
จุดหนึ่งที่สังเกตุคือ Price pattern ของ Forex อ่านง่าย ดูง่าย และมีแนวโน้มชัดเจนมากกว่าหุ้นไทยมาก ของหุ้นไทยหลายๆ ครั้งโดนเจ้ามือหักกราฟ สร้างกราฟ เปลี่ยนกราฟได้ (ประสบการณ์ตัวเองก็เคยลองทำกับหุ้นตัวเล็ก ๆ ที่มี volume ไม่เยอะ เพื่อทดสอบว่าเขาทำไรยังไง และเราก็ได้เห็นว่า ...เออจริงว่ะ มันทำได้ไม่ยากนี่หว่า ใช้เงินไม่ต้องเยอะ แต่ต้องรอจังหวะดี ๆ ประกอบหน่อย)
การทำ Back Test คืออะไร ก็คือการที่เราคิดหรือสร้าง model หรือ indicator ตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วก็บอกว่าถ้า เกิดเหตุการณ์ หรือ เงื่อนไข แบบ ที่เราต้องการให้ทำการซื้อ ...หรือ ให้ทำการขาย สรุปก็คือจะมี ซื้อกับขาย อย่างเช่น ที่ได้ยินบ่อย ๆ คือ MACD ตัด Signal ขึ้นเหนือ 0 ซื้อ ตัดลงให้ขาย เป็นต้น
ที่นี้เราอาจจะสงสัยว่า ถ้าเอาเงื่อนไขนี้ไปใช้จริงๆ มันจะ work ไหม ...แน่นอน อนาคตเราไม่รู้ แต่อดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็เลยคิดว่า เอางี้ ลองเอา สิ่งที่คิดไปทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วมันจะเป็นยังไง
ตอนี้ ผมทำเป็นแค่ Amibroker นะเลยเอามาเขียนไว้ก่อน เป้าหมายต่อไปคือ MT4 และนี่คือ Indicator หรือ Model ที่ผมสนใจ คือมันจะมีจุดเข้า ออก เมื่อ Trend เปลี่ยนหรือไม่ผ่านแนวรับแนวต้าน
ที่นี้เราอาจจะสงสัยว่า ถ้าเอาเงื่อนไขนี้ไปใช้จริงๆ มันจะ work ไหม ...แน่นอน อนาคตเราไม่รู้ แต่อดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็เลยคิดว่า เอางี้ ลองเอา สิ่งที่คิดไปทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วมันจะเป็นยังไง
ตอนี้ ผมทำเป็นแค่ Amibroker นะเลยเอามาเขียนไว้ก่อน เป้าหมายต่อไปคือ MT4 และนี่คือ Indicator หรือ Model ที่ผมสนใจ คือมันจะมีจุดเข้า ออก เมื่อ Trend เปลี่ยนหรือไม่ผ่านแนวรับแนวต้าน
กรณีนี้ผมเอา model ที่ผมสงสัยมา ตัดเอา code ในส่วนที่ มันเป็นจุดเข้า ออก แล้วก็เติมคำสั่ง Buy = &^%*&^%^ และ Sell = &^%&^%$ หรือจะใช้ Cover, Short ก็ได้ ปกติผมใช้ Cover, Short แต่บางทีมันก็ฟ้องว่าให้ใช้ Buy, Sell แล้วบางทีใช้ Buy, Sell มันก็บอกให้ใส่ Cover ผมเลยใส่มันทั้งคู่เลย มันก็เลยเลิกฟ้อง
พอได้สูตรแล้ว ก็มาหน้าจอสำหรับใช้ทำ Back test ของ Amibroker (หน้าจอเดียวกับ scan แต่จะใช้เมนูข้าง ๆ Scan (Explore)
จากนั้นก็มาเลือกช่วงเวลา ว่าจะเริ่มทำการ Back Test จากวันไหน ถึงวันไหน กรณีนี้ผมมี Data ไม่เกิน 60 วัน ก็เลยเลือก 2 เดือนนี่แหละ และเริ่มทำการทดสอบว่า ถ้าเราใช้ Time Frame 1 นาทีผลจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วไล่ Time Frame ไปเรื่อยๆ จาก 1 minute, 15 minute, 30 minute, 60 minute, 120 minute, 240 minute และสุดท้าย Daily ...ผมทดสอบได้แค่ daily เพราะ data ไม่พอที่จะ ทดสอบมากกว่านี้แหละ
พอเลือกแล้วก็กด Back Test มันก็จะ run ออกมา
ตัวอย่าง หน้าจอ หลังจากการทำ Back test แต่ละ Time frame มันก็จะมีตารางออกมาว่า ถ้า Model หรือสูตรที่เรากำหนดนั้น วัน เวลาไหน หุ้นหรือคู่เงินตัวไหน ต้องทำการ Long หรือ Short เวลาไหน ราคาเท่าไหร่ ออกหรือปิด order วันไหน % chage เท่าไหร่ และกำไรเท่าไหร่ต่อรอบการเข้า ออก นั้น ๆ และ % Profit ที่ได้แต่ละรอบเป็นเท่าไหร่ มันก็จะออกมาเป็นตารางประมาณนี้
สำหรับผม ผมก็เลือกเอา % Profit แต่ละ Time Frame ออกมา แล้วเอามาใส่ Excel ต่อ
จากนั้นเราก็มาคิดต่อ ว่า model ที่เราคิดไว้ ผลมันเป็นไง จะหาจำนวนรอบที่ต้องเทรด เฉลี่ย % กำไร ขาดทุน ไรยังไง แล้วเราจะเลือกไรยังไง
แนวคิดของผมที่ได้จากการทำ Back Test
ข้อมูลอาจจะออกมาดูดี แต่เวลาเอาไปใช้จริง ๆ ยังไงเราก็คงต้องติดตาม ดู เพราะส่วนตัวผมคิดว่า ไม่มี Model ไหน เข้าใจความโลภ ความกลัว ของคนได้แม่นยำทุกครั้ง
Model หรือแนวคิดแต่ละสูตร ใช้ไม่ได้กับทุกหุ้น หรือ คู่เงินหรืออื่น ๆ ทุกอย่าง จะต้องมีการปรับเปลี่ยน ปรับแต่ง ... อ้อ ลืมบอก Amibroker มี Function ที่เรียกว่า Optimize เพื่อใช้ในการคำนวณหาค่า ของตัวแปล ที่เราสนใจว่าจะใช้ค่าไหน แล้วจะทำกำไรได้มากสุด ไว้จะมาแชร์ให้ตอนหลังนะครับ อย่างเช่นที่เขาพูดกันว่า MACD ใช้ 12,26,9 """" แต่ถ้าเราเปลี่ยน products หรือเปลี่ยน time frame แล้วค่าที่ดีที่สุด ควรจะเป็นเท่าไหร่... Amibroker สามารถคำนวณมาแสดงผลให้เราได้
ท้ายสุดและสุดท้าย
ไม่มีอะไรในโลกแน่นอน – ถึงแม้ระบบเทรดจะถูกท า Back Test มานับครั้งไม่ถ้วน แต่มันก็แค่อ้างอิงจากสถิติย้อนหลังที่ เราเชื่อว่ายิ่งยาวก็ยิ่งดี แต่ในอนาคตปัจจัยที่กระทบภาวะตลาดนั้นแตกต่างออกไปเรื่อยๆตลอดเวลา
ข้อมูลกรณีศึกษา แนวคิดการทำ Back Test และการทำ Back Test ของ MT4 นะครับ
http://www.mangmaoclub.com/jim-simon-and-backtesting/
“เราคือองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัยอย่างสูง เราจ้างพนักงานเพื่อให้พวกเขาสร้างโมเดลทางคณิตศาสตร์สำหรับตลาดที่เราจะทำการลงทุน … เรามองหาบุคคลที่มีความสามารถในการที่จะทำการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี หรือไม่พวกเขาก็ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มีทักษะในการเขียนโปรแกรมได้เป็นอย่างดี …
… เราจะทดสอบแนวคิดทุกอย่างของเรากับข้อมูลของตลาดต่างๆในอดีต เพราะอดีตคือกุญแจที่ยอดเยี่ยมในการเข้าใจอนาคต แน่นอนว่าไม่ได้สมบูรณ์แบบ! แต่ความเป็นมนุษย์ของพวกเราคือพลังที่ขับเคลื่อนตลาด และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงภายในข้ามคืน ดังนั้นแล้วยิ่งคุณสามารถที่จะเข้าใจอดีตได้ดีเท่าไหร่ มันก็มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าคุณจะมีข้อมูลที่สำคัญมากๆในการที่จะเข้าใจถึงอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น”
http://forextrader.igetweb.com/index.php?mo=3&art=41942147
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mikas&month=04-2013&date=28&group=9&gblog=10
หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคนอื่่นๆ นะครับ
ท้ายสุดและสุดท้าย
ไม่มีอะไรในโลกแน่นอน – ถึงแม้ระบบเทรดจะถูกท า Back Test มานับครั้งไม่ถ้วน แต่มันก็แค่อ้างอิงจากสถิติย้อนหลังที่ เราเชื่อว่ายิ่งยาวก็ยิ่งดี แต่ในอนาคตปัจจัยที่กระทบภาวะตลาดนั้นแตกต่างออกไปเรื่อยๆตลอดเวลา
ข้อมูลกรณีศึกษา แนวคิดการทำ Back Test และการทำ Back Test ของ MT4 นะครับ
http://www.mangmaoclub.com/jim-simon-and-backtesting/
“เราคือองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัยอย่างสูง เราจ้างพนักงานเพื่อให้พวกเขาสร้างโมเดลทางคณิตศาสตร์สำหรับตลาดที่เราจะทำการลงทุน … เรามองหาบุคคลที่มีความสามารถในการที่จะทำการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี หรือไม่พวกเขาก็ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มีทักษะในการเขียนโปรแกรมได้เป็นอย่างดี …
… เราจะทดสอบแนวคิดทุกอย่างของเรากับข้อมูลของตลาดต่างๆในอดีต เพราะอดีตคือกุญแจที่ยอดเยี่ยมในการเข้าใจอนาคต แน่นอนว่าไม่ได้สมบูรณ์แบบ! แต่ความเป็นมนุษย์ของพวกเราคือพลังที่ขับเคลื่อนตลาด และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงภายในข้ามคืน ดังนั้นแล้วยิ่งคุณสามารถที่จะเข้าใจอดีตได้ดีเท่าไหร่ มันก็มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าคุณจะมีข้อมูลที่สำคัญมากๆในการที่จะเข้าใจถึงอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น”
James Simon เจ้าพ่อแห่งวงการ Hedge Funds
http://forextrader.igetweb.com/index.php?mo=3&art=41942147
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mikas&month=04-2013&date=28&group=9&gblog=10
หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคนอื่่นๆ นะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556
+++ วันแรกของการนำ Model ที่ออกแบบใหม่สำหรับ Forex มาใช้ 29-Aug-2013
อันนี้คือหน้าจอกราฟที่ใช้ Tracking สรุปสิ่งที่ปรับไว้มี
1.ใช้ Heiken Ashi + MACD เป็นหลักเหมือนเดิมในการ plot Bar พร้อมจุดเข้าและออก
2. ใช้ HH LL Trend Line Indicator แต่ถอดแท่งเทียนปกติออก เพราะมันเยอะ รกตา
3. เติม Bollinger เข้ามา ทั้งหมด 3 อย่างนั้น อยู่ในกราฟแรกอันบน
4. ใช้ Auto Trend line Break Out ไว้ดู Trend Line และจุด Break ต่าง ๆ
5. ADX Indicator แบบ Full Time Frame
อันนี้คือหน้าจอสำหรับ Scan เลือกใช้ Time Frame 5 minute ใช้คู่กับ Amiquote ในการดึง data จาก Forex
เริ่มทะยอยซื้อเก็บช่วงบ่าย ๆ เพราะจะมาลุ้น จุดเปลี่ยน ของตลาดช่วงคึกคัก ประมาณ 1 ทุ่ม แยก บัญชี demo ออกมาต่างหากไว้ทดสอบ เปิดมา 19:30 ได้ตามภาพ เดี๋ยวมารอดูกันตอน ก่อนนอนว่าจะจบที่เท่าไหร่ (มีตัวหนึงสัญญาณ ไม่ได้เปลี่ยน แต่เรา...เปลี่่ยน เนื่องจากไปดู MT4 มา เลยปรับ เดะดูว่า การบ้านที่วางกับอารมณ์ที่ผัน ไม่ทำตามแผน ตัวนี้จะเกิดไรขึ้น
เดี๋ยวจะลองใช้ model นี้ทั้ง อาทิตย์ แล้วดูว่า port นี้จะเป็นยังไง
เดี๋ยวจะลองใช้ model นี้ทั้ง อาทิตย์ แล้วดูว่า port นี้จะเป็นยังไง
เสริมเพิ่มเติมว่าทำไมเลือกเข้า อันที่หนึ่ง คือ Power ที่ออกแบบไว้ เป็นการอ่านค่า ADX หลาย ๆ time frame 1 เยอะก็คือ มีเทรนขึ้น 2 เยอะคือ เทรนลงแรง จีง Heiken หลาย ๆ time frame บอกเป็นจุดกลับตัว และยัง คงมีเทรน ตามสีที่ออกแบบไว้ และสุดท้าย confirm trend ด้วย Ichimulo แบบ multi time frame อีกรอบ
สถานะ 22:00 สัญญาณต่างๆ ยังคงไม่เปลี่ยน แต่กำไรเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ok แจ่มพอได้ แต่ต้องปรับตัว Break out ใหม่เพราะสัญญาณไม่ส่งเสียง หรือแจ้งออกมาเลย ใน TF เล็ก ๆ

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556
+++ ทำ % กำไร ขาดทุน ของหุ้นไทยแต่ละตัว ณ 27-Aug-2013 ...New Low ซ่ะ (Download Excel ได้นะครับ)
และแล้ว เทรน ก็ยังเป็นเทรน แนวโน้มจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเปลี่ยนแนวโน้ม ...อ๊ากกก หลุดทำ New Low ซ่ะแหละ อันนี้ผมทำสรุป % Profit %Loss ของหุ้นแต่ละตัว ในแต่ละเดือน และสรุปปลายปีของปีนี้ ผมวางใส่ Excel ไว้ และทำตัว sort ไว้ให้แหละ ลอง Load ไปดูได้ หุ้นตัวไหน ทำตัวไรยังไงกันบ้างปีนี้
Download จากลิงค์นี้ได้เลยครับ http://www.mediafire.com/?f1bw801nxk55xc9
ขอเก็บภาพ Daily/Weekly ของ SET ตอนนี้ไว้ให้ลูกหลานดุหน่อยดีกว่า
อันนี้ Daily ณ. 27-Aug-2013
อันนี้ Weekly ณ. 27-Aug-2013
+++ 1 อาทิตย์ผ่านไป ...ทำให้เริ่มเห็นว่า Model ที่ใช้กับหุ้นไทยนั้น ...ใช้กับ Forex ไม่ค่อยได้ ต้องปรับ Model ใหม่ (ขอเก็บไว้เป็น reference ย้อนหลัง)
หัวใจอย่างหนึ่งของการเล่น Technical คือการสังเกตุ ตลอด 1 อาทิตย์ที่ได้ทดลองทั้งเทรด Demo และเงินจริง สิ่งที่เห็นชัดคือ Model ที่ใช้กับตลาดหุ้นไทยนั้น เวลาเอาไปใช้กับ Forex แล้วมีความผิดพลาดสูง และไม่แม่นยำ จึงจำเป็นต้องปรับและสร้าง Model ที่สอดคล้องหน่อยหนึ่ง
เริ่มต้นด้วยการเลือก Indicator ที่คิดว่าสัมพันธ์กับ Forex ตอนนี้เลือกมาได้ 4 อันคือ
1. Swing Trade, ใช้บอกแนวโน้ม และจุดเข้าออก มันทำให้อ่านเทรนได้แข็งแรงกว่า Ashi
2. Heiken Ashi (อันนี้ผสม MACD เข้าไปแล้ว) ตัวนี้ปรับให้สามารถบอกได้ 4 เทรน คือ Up, Down , Side way up, Side way down
3. ADX ที่จะใช้บอกกำลัง
และทั้งหมดทำ Multi Time Frame เป็น Indicator ไว้ด้วย
ระหว่างนี้ทำเอา code ตัวเก่ามาปรับแต่ง เพื่อให้สามารถ เทรดระหว่างที่กำลังทำ Model ไว้ด้วยแหละกัน ระบบนี้คือถ้ามี Signal ตามที่ต้งไว้ ระบบจะมีเสียงบอกมา (ตัวเสียงแอบไปอัดโดยใช้ Google Translate ....เสียงไม่เพราะเลย แต่ก็ดี จะได้ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอมาก )
ต่อมา เอา Swing Trade , กับ Heiken Ashi ไปทำ Back Test และ Optiomize ค่า ตัว Swing Trade สูตรแม่ม ซับซ้อน ลอกเอาเฉพาะส่วนที่เข้าใจ และ Heiken หลังจากทำ Backtest แล้ว ทำให้ต้องปรับจุดออกใหม่ ทำตารางเปรียบเทียบ คร่าวๆ ได้ประมาณนี้

(สรุปการทำ Back Test model รอบนี้ต้องแยกทำทีละฝั่งคือ ทำฝั่ง Long ก่อน แล้วเลือกจุดออกตาม MACD Cross และทำ ฝั่ง Short อีกรอบ แล้วเลือกจุดออกตาม MACD ตัว % Profit เป็นที่น่าพอใจ)

(สรุปการทำ Back Test model รอบนี้ต้องแยกทำทีละฝั่งคือ ทำฝั่ง Long ก่อน แล้วเลือกจุดออกตาม MACD Cross และทำ ฝั่ง Short อีกรอบ แล้วเลือกจุดออกตาม MACD ตัว % Profit เป็นที่น่าพอใจ)
จากนั้น มานั่งออกแบบ ตัว Explore data ที่ต้องการ โดยทำใส่ Excel ก่อน ตอนนี้คิดได้ประมาณนี้
อ่ะเชร ....เริ่มลุย... ณ. 19:04 ของวันที่ 27-Aug-2013 ดูสิว่าจะมั่วได้ใจแค่ไหน
=====================================================================
ชุดที่ 1 ตารางแรกได้มาแหละ
=====================================================================
ชุดที่ 1 ตารางแรกได้มาแหละ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




























